รีวิวหนังสือ ถ้าวันหนึ่งนั้น…ฉันตาย
โคตรเหงา โคตรเข้าใจความรู้สึกของยูมีเลย
어느 날 내가 죽었습니다 | ถ้าวันหนึ่งนั้น…ฉันตาย
8 คะแนน หรือ ★ ★ ★ ★
เรื่องราวของ “ยูมี” เด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียเพื่อนสนิทที่สุดเพียงคนเดียวอย่าง “แจจุน” ไป ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ เหลือไว้เพียงไดอารี่ที่ยูมีซื้อให้ก่อนตาย ซึ่งแจจุนเขียนประโยคแรกไว้ว่า ”ถ้าวันหนึ่งนั้นฉันตาย“ ทำให้ยูมีพบกับความลับบางอย่างแจจุนซ่อนไว้ไม่เคยบอกใครมาก่อน
พล็อต/เนื้อเรื่องดี สนุก กินใจ ได้ข้อคิด อึมครึม หม่น เศร้า และโคตรเหงา เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อน อ่านง่าย เข้าใจง่าย ถึงเป็นเรื่องของความตาย แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามันหนักหน่วงจนอ่านยาก ความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่องจะเป็นมิตรภาพเด็กหนุ่มกับเด็กสาววัย 15-16 ปี ซึ่งมีความเฟรนโซน แต่ผมกับมองว่าโคตรสวยงาม แต่ก็อินได้ยากสำหรับบางคน แต่ใด ๆ สิ่งที่ผู้เขียนอยากจะสื่อคือเรื่องความเปราะบางของชีวิต ความตายที่ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็สามารถประสบพบเจอได้ทั้งนั้น ก็ถือว่าทำได้ดีมาก ๆ
การดำเนินเรื่องไม่ได้รวดเร็วมาก เป็นการดำเนินผ่านมุมมอง ความคิดของยูมี ซึ่งภายนอกดูเป็นวัยรุ่นหัวขบถ แต่ภายในก็คนทั่ว ๆ ไปเลย อ่อนแอ เปราะบาง และเหงามาก ๆ ยูมีมีแค่แจจุนคนเดียว และแจจุนก็มาตายไปอีก ทำให้เนื้อเรื่องจะมีเรื่องราวในไดอารี่ของแจจุนด้วย ซึ่งพอมันมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ทำให้เนื้อเรื่องน่าสนใจมาก ๆ อ่านได้เรื่อย ๆ เพลิน ๆ ไม่น่าเบื่อ และติดมือมาก ๆ
การคาดเดาเนื้อหาถือว่ายากนะ ถึงจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ธรรมดา ๆ ของเด็กสาวเด็กหนุ่ม แต่แต่ละคนก็มีอะไรซ่อนไว้ที่ยากจะคาดเดาได้ ถึงเดาอะไรไว้ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างที่เดา ถึงจะรับได้ รับไหว แต่ก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น
โดยรวมดี อ่านง่าย เข้าใจง่าย สิ่งที่ผู้เขียนอยากจะสื่อออกมาค่อนข้างชัดเจน ด้วยคาวมที่มันมีอะไรซ่อนอยู่ให้ค้นหาทำให้อ่านได้เรื่อย ๆ เพลิน ๆ อ่านแล้วติดมือมาก
ผู้เขียน : อีกย็องฮเย
ผู้แปล : วิทิยา จันทร์พันธ์
สำนั กพิมพ์ : Page
หมวด : วรรณกรรมแปล
#นิยายชีวิต #นิยายดราม่า #ถ้าวันหนึ่งนั้นฉันตาย #อีกย็องฮเย #pagepublishing
หลังจากที่ได้อ่านเรื่อง "ถ้าวันหนึ่งนั้น…ฉันตาย" แล้ว ฉันรู้สึกว่านิยายเล่มนี้ไม่ใช่เพียงแค่นิยายดราม่าเรื่องหนึ่ง แต่เป็นบทเรียนลึกซึ้งเกี่ยวกับความเปราะบางของชีวิตและความหมายของความตายที่ผู้คนมักหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึง ในฐานะวัยรุ่น การที่ได้เห็นมุมมองผ่านตัวละคร "ยูมี" ที่แม้จะดูแข็งแกร่งภายนอกแต่จริง ๆ มีความอ่อนแอและเหงา ทำให้ฉันเข้าถึงความรู้สึกของคนที่สูญเสียใครสักคนที่รักมาก ๆ ได้ชัดเจนขึ้น ไดอารี่ของแจจุนไม่เพียงแต่เป็นสมุดบันทึก แต่เหมือนเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างชีวิตกับความตาย ทำให้ฉันตระหนักถึงความสำคัญของช่วงเวลาที่เรามีร่วมกับคนที่รัก สิ่งที่น่าสนใจคือการดำเนินเรื่องที่ไม่รวดเร็วเกินไป ทำให้ผู้อ่านอย่างฉันได้โฟกัสความรู้สึกและปรับจูนกับภาวะทางอารมณ์ของตัวละครได้เป็นอย่างดี พล็อตที่ดูเรียบง่ายกลับซ่อนความลับและความจริงบางอย่างที่ทำให้เกิดคำถามในใจว่า "การตายของแจจุนเป็นเพียงอุบัติเหตุจริงหรือ" ซึ่งประเด็นนี้ทำให้ฉันตั้งใจติดตามอ่านจนจบ ในชีวิตจริง ความตายเป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องเผชิญ แม้แต่คนหนุ่มสาวที่ยังเต็มไปด้วยความฝันและพลัง เรื่องนี้จึงทำให้ฉันมองเห็นคุณค่าของชีวิตและความสัมพันธ์ที่เรามีในปัจจุบันมากขึ้น และยังสะท้อนถึงความสวยงามของมิตรภาพที่แม้จะมีข้อจำกัดและความซับซ้อนก็ตาม สุดท้ายนี้ ฉันขอแนะนำหนังสือเล่มนี้ให้กับคนที่กำลังมองหาหนังสือที่ช่วยปลอบใจและทำให้คิดถึงความหมายของชีวิตอย่างลึกซึ้ง เพราะนอกจากเรื่องความตายแล้ว "ถ้าวันหนึ่งนั้น…ฉันตาย" ยังเป็นบทเรียนเกี่ยวกับความรัก ความทรงจำ และการปล่อยวางที่ทุกคนควรอ่านสักครั้ง

