รีวิวหนังสือ อย่าเปิดประตูหลังเที่ยงคืน

ความจริงของสิ่งที่ถูกซ่อนไว้ตั้งแต่แรก เกิดคาดมาก

Lock Every Door | อย่าเปิดประตูหลังเที่ยงคืน

8 คะแนน หรือ ★ ★ ★ ★

เรื่องราวของ “จูลส์ ลาร์เซ็น” หญิงสาวที่ได้รับการว่าจ้างให้ไปดูแลห้องในอพาร์ตเมนต์หรูหราเก่าแก่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีกฎแปลก ๆ อยู่คือ ห้ามพาคนนอกเข้ามา ห้ามเผยแพร่รูปภาพในอพร์ตเมนต์ ห้ามค้างคืนนอกห้อง

และแล้วคืนหนึ่ง เธอก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้หญิงที่เป็นผู้ดูแลห้องอีกคน ก่อนที่เธอจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และไม่มีใครพูดถึงเธออีกเลย ทำให้เธอต้องสืบหาว่าผู้หญิงคนนี้หายไปไหนกันแน่

พล็อต/เนื้อเรื่องดี สนุก ไม่มีอะไรซับซ้อน อ่านง่าย เข้าใจง่าย ยังคงมีความลุ้น ๆ หลอน ๆ ตามสไตล์นักเขียนคนนี้อยู่ แต่ไม่ได้มากเท่าที่คาดหวังไว้ อาจจจะเป็นเพราะผมชอบสองเล่มก่อนหน้ามาก ๆ ด้วย แต่ไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรนะ เพราะชอบเล่มนี้หมือนกัน

การดำเนินเรื่องไม่ได้รวดเร็วมาก รู้สึกยาวไปนิด เป็นการดำเนินผ่านตัวนางเอกโดยตรง เริ่มจากปัจจุบันที่ตื่นขึ้นมาอยู่ในโรงพยาบาล และเล่าย้อนไปก่อนถูกส่งตัวมาที่นี่ ทำให้สงสัยตลอดเวลาที่อ่านว่านางเอกเจออะไรมาถึงได้มาอยู่ที่นี่ ทำให้อ่านได้เรื่อย ๆ เพลิน ๆ บวกกับสำนวนการแปลที่ไหลลื่นมาก ทำให้อ่านแล้วติดมือมากกกกกกก เอ้อ มีแอบเนือยนิด ๆ ก่อนช่วงสุดท้าย รู้สึกแบบว่าทำไมไม่เฉลยสักที

การคาดเดาเนื้อหาถือว่าไม่ยากมากน บางอย่างพอเดาได้ มีอะไรที่พีคบ้างไม่พีคบ้าง แต่ที่แน่ ๆ เลย มันมีความจริงบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ตั้งแต่แรก พอเฉลยออกมามันพีคมาก พยายามคิดหลายแง่มุมแล้ว แต่คิดไม่ถูก ผมว้าวเลยแหละ หลอกคนอ่านได้เนียนมาก หรือผมอาจจะยึดติดกับสองเล่มก่อนหน้ามากเกินไป ก็เลยทำให้เดาไม่ได้

ส่วนการเดาตัวคนร้ายถือว่ายากแล้วกัน เหมือนผมจะเดาถูกแหละ แต่ก็มีอะไรที่มากกว่านั้น หรือมีเบื้องลึกเบื้องหลังบางอย่างที่เกิดคาดอยู่

ช่วงสุดท้ายอันนี้ก็คาดเช่นกัน คือถ้าเดาความจริงที่ถูกซ้อนไว้ไม่ได้มันก็หนีไม่พ้นที่จะต้องเกินคาดอยู่แล้ว บอกได้เลยว่าวายป่วง เล่นใหญ่ และแอบสะใจนิด ๆ

โดยรวมดี ยังคงความลุ้น ๆ หลอน ๆ แต่ไม่มากเท่าสองเล่มที่แปลมาก่อนหน้า สิ่งอยากบอกเลยคือติดมือมากกกกก อ่านแล้วอยากรู้ตลอดเลยว่าความจริงจะเป็นยังไง ทำให้อ่านได้เรื่อย ๆ เพลิน ๆ เลย แต่ก็มีช่วงก่อนเฉลยความจริงที่ถูกซ่อนไว้แอบเนือยนิด ๆ

เล่มยังอยู่ในเกณฑ์ที่ชอบนะครับ ถ้ากระชับกว่านี้น่าจะชอบมากกว่านี้ ใครที่ชอบสองเล่มที่แปลมาก่อนหน้า ไม่ควรพลาดครับ

ผู้เขียน : Riley Sager | ไรลีย์ เซเจอร์

ผู้แปล : ถิรพร พงศ์พันธ์

สำนักพิมพ์ : น้ำพุ

หมวด : วรรณกรรมแปล

#นิยายสืบสวนสอบสวน #นิยายระทึกขวัญ #อย่าเปิดประตูหลังเที่ยงคืน #lockeverydoor #rileysager

4/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครกำลังลังเลว่าจะเริ่มอ่าน “อย่าเปิดประตูหลังเที่ยงคืน (Lock Every Door)” ดีไหม ผมขอสรุปความรู้สึกและทริคอ่านให้สนุกขึ้นแบบไม่สปอยล์นะครับ สิ่งที่ชอบมากคือ “ไอเดียกฎของอพาร์ตเมนต์” ที่เหมือนจะเป็นกฎจุกจิกทั่วไป แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ จะเริ่มรู้สึกว่ามันมีเหตุผลบางอย่างซ่อนอยู่ กฎพวกห้ามพาคนนอกเข้า ห้ามถ่ายรูป ห้ามค้างคืนนอกห้อง ทำให้บรรยากาศมันอึดอัดแบบนุ่ม ๆ คือไม่ได้ผีหลอกตุ้งแช่ แต่เป็นความระแวงว่าคนรอบตัวกำลังปิดบังอะไรอยู่มากกว่า ใครชอบแนวระทึกขวัญที่กดดันด้วย “สถานที่” และ “ข้อห้าม” น่าจะอินครับ จุดเด่นอีกอย่างคือการเล่าที่เริ่มจากเหตุการณ์ปัจจุบันแล้วค่อยย้อนกลับไป ทำให้ผมอ่านแบบอยากรู้ตลอดว่าเกิดอะไรขึ้นถึงต้องไปอยู่โรงพยาบาล มันเป็นแรงดึงให้ไหลต่อเรื่อย ๆ ยิ่งสำนวนแปลลื่น อ่านง่าย ยิ่งเหมาะกับคนที่อยากได้เล่มที่หยิบมาอ่านบนรถ/ก่อนนอนแล้วไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรซับซ้อน ถ้าถามว่ากลัวไหม ผมว่าเป็น “หลอนแบบระแวง” มากกว่าหลอนแบบสยองขวัญ และมีช่วงที่เดินเรื่องค่อนข้างยาวนิด ๆ ก่อนจะไปถึงจุดเฉลย (ผมเองก็มีแอบคิดว่าเมื่อไหร่จะเฉลยสักที) แต่พอเข้าช่วงท้ายคือเล่นใหญ่ วายป่วง และเฉลยออกมาแล้วมันทำให้กติกาต่าง ๆ ดูมีความหมายขึ้นทันที แนะนำวิธีอ่านให้ฟินขึ้น: ลองจดในใจว่าแต่ละกฎของอพาร์ตเมนต์ “กันอะไร” และใครได้ประโยชน์จากการมีกฎนั้น ๆ พอถึงตอนเฉลยจะสนุกมากขึ้น อีกอย่างคืออย่ารีบพยายามเดาคนร้ายตั้งแต่ต้น เพราะเล่มนี้มีชั้นเชิงที่ทำให้เราหลงประเด็นได้ง่าย สรุปสำหรับผม: เป็นนิยายระทึกขวัญที่อ่านเพลินมาก ไอเดียอพาร์ตเมนต์และกฎแปลก ๆ เด่น ช่วงท้ายพีค เหมาะกับคนที่ชอบงานของ Riley Sager หรือชอบแนวสืบ ๆ ระทึก ๆ ที่เน้นความลับซ่อนอยู่ตั้งแต่แรกครับ