Fujian Fuzhou (1984-2020) Fuzhou,
Fujian Fuzhou (1984-2020) Fuzhou,
also known as the City of Banyan Trees, is abbreviated as "Rong". During the Song Dynasty, Zhang Boyu, the governor of Fuzhou, planted banyan trees throughout the city, hence the name "City of Banyan Trees".
The geothermal field in the Fuzhou Basin is the largest in Fujian Province and is one of the three major hot spring areas in China. It is also known as the "Capital of Hot Springs in China".
ถ้าใครกำลังหาข้อมูล “ฝูโจว ที่เที่ยว” หรืออยากรู้ว่าเมืองฝูโจว (Fuzhou/ฟูโจว) ในมณฑลฟูเจี้ยนมีอะไรเด่น เราว่าจุดขายของเมืองนี้คือความเป็น “เมืองน่าอยู่” ที่เที่ยวได้แบบสบายๆ ไม่รีบมาก และมีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์น่าสนใจค่ะ ไฮไลต์แรกคือฉายา “เมืองต้นไทร” (City of Banyan Trees) ที่มาจากการปลูกต้นไทรทั่วเมืองตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง เลยทำให้บรรยากาศเมืองเขียวร่ม โดยเฉพาะตามถนนใหญ่และสวนสาธารณะ เวลาเดินเล่นจะรู้สึกว่ามีร่มเงาตลอด เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายรูปฟีลเมืองจีนแบบโลคอล ไม่ได้เป็นเมืองท่องเที่ยวแมสจนเกินไป อีกอย่างที่คนมักค้นหาเกี่ยวกับ fujian fuzhou คือ “บ่อน้ำพุร้อน” เพราะแอ่งฝูโจวมีแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพขนาดใหญ่ จนถูกเรียกว่า “เมืองหลวงบ่อน้ำพุร้อนของจีน” ทริปของเราถ้าจะให้คุ้ม แนะนำเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวันไปแช่ออนเซ็น/สปาน้ำพุร้อน (บางที่เป็นรีสอร์ต บางที่เป็นสาธารณะ) เคล็ดลับคือพกชุดเปลี่ยนกับถุงกันน้ำไปด้วย แล้วเช็กกติกาหน้างานเรื่องการใส่ชุดว่ายน้ำหรือชุดแช่น้ำ เพราะแต่ละที่อาจไม่เหมือนกัน สำหรับการวางแผน “เที่ยวฝูโจว” แบบง่ายๆ เราชอบแบ่งเป็น 3 โซน: (1) โซนเดินเล่นในเมือง—หามุมที่มีต้นไทรเยอะๆ เดินถ่ายรูปชิลๆ (2) โซนวัฒนธรรม/ย่านเก่า—เลือกไปสัก 1 ย่านเพื่อดูสถาปัตยกรรมและกินของท้องถิ่น (3) โซนบ่อน้ำพุร้อน—ปิดท้ายวันให้ร่างกายผ่อนคลาย ถ้าใครชอบดูภาพมุมสูงก่อนเดินทาง ลองเปิด Google Earth (เราดูเวอร์ชันปี 2020) เพื่อกะระยะทางและดูสภาพเมืองคร่าวๆ จะช่วยวางเส้นทางได้ดี โดยเฉพาะถ้ามีเวลาน้อย อยากเลือกเฉพาะจุดที่อยู่ใกล้กัน สรุปคือ เมืองฝูโจวเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวจีนแบบสโลว์ไลฟ์ ได้ทั้งบรรยากาศเมืองเขียวๆ จาก “เมืองต้นไทร” และกิจกรรมผ่อนคลายแบบบ่อน้ำพุร้อน ใครกำลังลังเลระหว่างเมืองใหญ่ๆ กับเมืองรอง ฟูโจวเป็นตัวเลือกที่น่าลองมากค่ะ





