Automatically translated.View original post

⚡Rattle EV! Toyota Reveals Battery Progress

⚡ Rattle the EV! Toyota Reveals Progress Solid-State Battery 9 Minutes Charge 1,200 Km Run!

The truth is getting closer! With the technology that could be the "Game Changer" of the automotive world, when Toyota went forward to develop a prototype version of the Solid-State battery that solves Pain Point, people use the electric car! 🏎️💨

Why Solid-State? 🔋 Unlike a typical lithium-ion battery, the switch from "liquid" to "solid" makes: ✅ Instant Charge: Predicts Charge for only 10 minutes (or less) ✅ Go Farther: Provides a maximum running distance of 745 miles (~ 1,200 km) per charge, ✅ Highly Safe: Reduces Burn Risk, and Lighter Weight Than Ever

The future to keep an eye on 👀, although it is still in the development and preparation stages of the production line, Toyota plans to start using it in the 2027-2028 period, which, if successful, will break the "Range Anxiety" barrier and wait for a long charge!

The world of EV is about to change. Are you ready for this milestone? 🌍✨

# Toyota # SolidStateBattery # EV # Electric car # Innovation# New technology # CleanEnergy

2/3 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ใช้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นทั่วไป ทำให้ผมรู้สึกจริง ๆ ถึงข้อจำกัดเรื่องระยะทางและเวลาชาร์จที่นาน การที่ Toyota กำลังพัฒนาแบตเตอรี่ Solid-State ซึ่งสามารถชาร์จเต็มได้ภายในเวลาเพียง 9 นาทีและให้ระยะทางไกลถึง 1,200 กิโลเมตรนั้น นับว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการรถยนต์ไฟฟ้าเลยทีเดียว จุดเด่นของแบตเตอรี่ Solid-State คือการใช้วัสดุของแข็งแทนของเหลวทำให้ปลอดภัยกว่า แถมยังมีน้ำหนักเบากว่าและทนทานมากขึ้น ลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาที่มักพบกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบเดิม ๆ อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหา "Range Anxiety" ที่หลายคนกังวลเรื่องระยะทางการใช้งาน จากที่ผมเคยทดลองชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบเดิม ชาร์จเร็วที่สุดก็ประมาณ 30-40 นาที ทำให้เวลารอชาร์จนั้นนานและกระทบต่อความสะดวกสบาย แต่หากเทคโนโลยีใหม่นี้สำเร็จจริงตามเป้าหมายของ Toyota การเดินทางด้วยรถ EV จะไม่ต่างจากการเติมน้ำมันในรถยนต์ทั่วไปอีกต่อไป ในด้านการผลิตและการนำมาใช้งานจริง แม้ยังอยู่ในขั้นตอนวิจัยและพัฒนา แต่การที่ Toyota ตั้งเป้าว่าจะเริ่มผลิตและใช้งานได้ภายในปี 2027-2028 ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าจะสดใสมากขึ้นเรื่อย ๆ และส่งผลให้ตลาด EV โตขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย โดยส่วนตัว ผมเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้หลายคนกล้าหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น เพราะความรวดเร็วในการชาร์จและความปลอดภัยจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถมากขึ้นในทุกด้าน ถือเป็นนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนโลกของการเดินทางด้วย EV อย่างแน่นอน