Automatically translated.View original post

Know? All this life. You've never really "touched" anything! 🤯

Know? All this life. You've never really "touched" anything! 🤯

You may be holding your hand or sitting in a chair, but believe me, in physics,..You're not even touching those things! 🚫✋

The sense of "touch" that we perceive is actually just a clever illusion that nature creates, an electromagnetic force from an object's atom that is "pushing" your fingers. ⚡

Knowing that atoms are made up of 99.99% of "emptiness," this means that at the quantum level, we are like a group of spirits formed from stardust 🌟 and bound by an invisible force field.

So when you sit or stand, your atom does not touch the chair or the ground, but it is "floating" above it, with a microscope energy gap at all times! 🪑✨

This remarkable interaction reveals that our seemingly strong and tangible world is actually a cloud of probability and hidden cosmic energy. 🌌🔭

What do you think of the secrets of this universe? Let me tell you! 👇

# deepkub # Physics # Science # Quantum # Universe# Space # Knowledge around # Physics # Quantum

4/22 Edited to

... Read moreการสัมผัสในมุมมองทางฟิสิกส์จริงๆ แล้วเป็นปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนมากกว่าที่เรารู้สึก ความจริงก็คือว่าอะตอมแต่ละอะตอมในร่างกายของเราถูกล้อมรอบด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ผลักดันกันและกันทำให้เราไม่สัมผัสกันโดยตรงเหมือนที่คิดไว้ เมื่อคุณจับมือถือหรือสัมผัสเก้าอี้ ร่างกายและวัตถุเหล่านั้นไม่ได้สัมผัสแบบที่ตาและมือเราคิด แต่มันคือการรับรู้ที่สร้างขึ้นจากแรงต้านของสนามไฟฟ้าที่เกิดขึ้นระหว่างอะตอม ซึ่งในแต่ละอะตอมเองนั้น มีช่องว่างว่างเปล่าถึง 99.99% ตามหลักฟิสิกส์ควอนตัม นั่นทำให้สสารดูเหมือนแข็งแกร่งแต่จริงๆ แล้วอาจเปรียบได้กับกลุ่มก้อนพลังงานที่สัมพันธ์กัน เหตุการณ์นี้อาจทำให้เรารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นกลุ่มของพลังงานและความน่าจะเป็นมากกว่าสิ่งที่จับต้องได้จริงๆ การทำความเข้าใจเรื่องนี้ช่วยเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับโลกและจักรวาลที่เราอาศัยอยู่ เสาหลักของความรู้ทางฟิสิกส์อย่างแรงแม่เหล็กไฟฟ้าและฟิสิกส์ควอนตัมไม่เพียงแต่ช่วยให้เราเข้าใจการสัมผัสเท่านั้น แต่ยังสร้างฐานความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและการแพทย์ เช่น การใช้อัลตราซาวนด์และการสร้างวัสดุนาโนที่มีความแม่นยำสูง ประสบการณ์ส่วนตัวของผมคือ เมื่อรู้เรื่องนี้แล้ว ทำให้ผมเกิดความรู้สึกทึ่งและเคารพในความซับซ้อนของธรรมชาติและจักรวาลมากขึ้น ทุกครั้งที่สัมผัสสิ่งต่างๆ รอบตัว ผมก็จะนึกถึงแรงแม่เหล็กไฟฟ้าและโครงสร้างอะตอมที่ครอบคลุมอยู่ ซึ่งทำให้การสัมผัสนั้นกลายเป็นสิ่งน่าพิศวงและมีความหมายมากกว่าเดิม คุณเคยลองคิดถึงเรื่องนี้บ้างไหมว่าสิ่งที่คุณสัมผัสทุกวันนั้นแท้จริงแล้วคืออะไร? แชร์กันได้นะครับ เพื่อเปิดมุมมองและขยายความคิดในวิทยาศาสตร์ควอนตัมไปด้วยกัน