ความลับที่หายไป! 'มัสยิด' ที่เคยซ่อนอยู่ในวิหารพาร์เธนอน ก่อนถูกรื้อถอน 🏛️✨
ความลับที่หายไป! 'มัสยิด' ที่เคยซ่อนอยู่ในวิหารพาร์เธนอน ก่อนถูกรื้อถอน 🏛️✨
รู้หรือไม่? ภาพถ่ายใบแรกของ 'วิหารพาร์เธนอน' (Parthenon) ที่ถูกถ่ายไว้เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1839 โดย Pierre-Gustave Joly de Lotbinière ช่างภาพชาวฝรั่งเศส ได้เผยให้เห็นสิ่งที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน... นั่นคือภาพของ "มัสยิดออต โตมัน" ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางซากปรักหักพังของวิหาร! 📸🕌
ย้อนกลับไปในยุคที่จักรวรรดิออตโตมันเข้ายึดครองกรุงเอเธนส์ในช่วงปี 1460 วิหารพาร์เธนอนได้ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นมัสยิด และถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจมานานเกือบ 400 ปี ⏳ (โดยมัสยิดขนาดเล็กที่เห็นในภาพ เป็นหลังที่สร้างขึ้นใหม่ หลังจากวิหารเดิมได้รับความเสียหายจากสงครามในปี 1687)
ต่อมาเมื่อกรีซได้รับเอกราชในปี 1832 หออะซาน (Minaret) ก็ถูกรื้อถอนออก และภายในปี 1843 ตัวมัสยิดทั้งหมดก็ถูกนำออกไปจนหมดสิ้น 🏗️ ทั้งนี้ก็เพื่อฟื้นฟูสถาปัตยกรรมให้กลับมาเป็นความยิ่งใหญ่สไตล์กรีกโบราณ และลบร่องรอยในยุคหลังออกไป
ภาพถ่ายในปี 1839 จึงกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญเพียงชิ้นเดียวที่หลงเหลืออยู่ เพื่อบอกเล่าถึงหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกลบเล ือนไปจากวิหารแห่งนี้... 📜
#deepkub #parthenon #history #archaeology #ancientgreece #ประวัติศาสตร์ #สาระความรู้ #เรื่องเล่าประวัติศาสตร์
การค้นพบว่ามัสยิดออตโตมันเคยซ่อนตัวอยู่ภายในวิหารพาร์เธนอนนั้น เป็นเรื่องราวที่ทำให้ผมตื่นเต้นมาก เพราะมันเป็นมุมมองใหม่ที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับวิหารที่มีชื่อเสียงระดับโลกนี้ จากภาพถ่ายในปี 1839 ที่ช่างภาพ Pierre-Gustave Joly de Lotbinière ได้บันทึกไว้ ทำให้เห็นถึงมัสยิดขนาดเล็กที่ถูกสร้างขึ้นหลังจากวิหารได้รับความเสียหายจากสงครามในปี 1687 ซึ่งผมคิดว่านี่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและศาสนาที่ทำให้สถานที่นี้มีประวัติหลากหลายมิติ สิ่งที่น่าสนใจคือการยึดครองของจักรวรรดิออตโตมันในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ซึ่งได้แปลงสภาพวิหารพาร์เธนอนเป็นมัสยิดและใช้งานมาเกือบ 400 ปี มันทำให้ผมนึกถึงความยืดหยุ่นและการเปลี่ยนแปลงของสถาปัตยกรรมในหน้าประวัติศาสตร์ที่มักจะถูกรื้อถอนหรือเปลี่ยนแปลงเพื่อสะท้อนอำนาจและอุดมการณ์ใหม่ ๆ หลังจากที่กรีซได้รับเอกราชในปี 1832 การรื้อถอนหออะซาน (Minaret) และการฟื้นฟูให้วิหารกลับสู่รูปแบบกรีกโบราณนั้น เป็นการสะท้อนถึงเจตนารมณ์ที่จะเน้นย้ำถึงเอกลักษณ์และความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรมกรีกที่แท้จริง แต่ในเวลาเดียวกันก็ทำให้ส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับมัสยิดออตโตมันถูกลบเลือนไปอย่างน่าเสียดาย ผมคิดว่าการที่เรามีภาพถ่ายเหล่านี้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญจึงเป็นเรื่องมีค่ายิ่ง เพราะมันช่วยให้เราเข้าใจถึงชั้นของประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ภายในวิหารพาร์เธนอน และช่วยให้เรามองเห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอดีตที่นิ่งเฉย แต่ยังเป็นเรื่องราวที่มีการเปลี่ยนแปลงและความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับสถานที่นั้นอย่างลึกซึ้ง สำหรับผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์โบราณและสถาปัตยกรรม การเรียนรู้เกี่ยวกับมัสยิดที่เคยอยู่ที่วิหารพาร์เธนอนนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความรู้และมุมมองใหม่ ๆ เท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้เราคิดถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์อย่างรอบด้านและเคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ด้วย
