💡 หรือเราคิดไปเอง? 'มาร์ก' ลั่นกลางศาล IG ไม่ได้ตั้งใจทำให้อิน!📱

💡 หรือเราคิดไปเอง? 'มาร์ก' ลั่นกลางศาล IG ไม่ได้ตั้งใจทำให้อิน!

📱 กลายเป็นประเด็นร้อนที่น่าติดตาม เมื่อ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ได้ขึ้นให้การต่อศาลที่ซานตาเฟ (Santa Fe) ในคดีที่รัฐนิวเม็กซิโกฟ้องร้องบริษัท Meta โดยเขาได้ยืนยันหนักแน่นว่า "Instagram ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานเกิดการเสพติด"

📂 แต่คำให้การนี้ดูเหมือนจะเกิดข้อถกเถียงขึ้น เมื่อมีการอ้างอิงถึงข้อมูลจากเอกสารภายในที่อดีตพนักงานเคยนำมาเปิดเผย ซึ่งระบุว่าบริษัทอาจมีการศึกษาเกี่ยวกับการเพิ่มระยะเวลาการใช้งานแอปฯ ให้มากที่สุด โดยใช้หลักจิตวิทยา เช่น การให้รางวัลแบบสุ่ม (Variable rewards) และการเปรียบเทียบทางสังคม เพื่อดึงดูดให้ผู้คนใช้งานแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง

⚖️ นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้คณะลูกขุนในศาลเดียวกันเคยมีคำตัดสินให้ Meta ต้องรับผิดชอบในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเด็ก และมีรายงานถึงการสั่งปรับเป็นเงินกว่า 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (รวมถึงคดีในแคลิฟอร์เนียที่ Meta และ Google ต้องร่วมกันรับผิดชอบค่าเสียหาย 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในประเด็นการออกแบบแพลตฟอร์ม)

🗣️ อย่างไรก็ตาม ทาง Meta ได้โต้แย้งในประเด็นนี้ว่า อาการติดโซเชียลเป็นเรื่องของ "พฤติกรรมส่วนบุคคล" ไม่ใช่ "ฟีเจอร์ของแอปพลิเคชัน" ซึ่งทางมาร์กก็ยังคงยืนยันในจุดยืนนี้อย่างชัดเจน

🤔 แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? การติดโซเชียลเป็นเพราะแอปฯ หรือเป็นเพราะตัวเราเอง? คอมเมนต์คุยกันได้เลยครับ 👇

Sources: รายงานการไต่สวนคดี New Mexico's public nuisance trial against Meta.

#deepkub #instagramaddiction #metatrial #zuckerbergtestimony

5/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมประเด็นเกี่ยวกับการติดโซเชียลมีเดียเป็นเรื่องที่หลายคนพบเจอและหาข้อมูลกันอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะกับแอปยอดนิยมอย่าง Instagram ที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยสังเกตตัวเองและเพื่อนๆ ว่าการเลื่อนดูฟีดหรือการตอบโต้โพสต์มักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว บางครั้งกลายเป็นนิสัยที่ยากจะละทิ้ง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องการให้รางวัลแบบสุ่ม (Variable rewards) ที่ช่วยกระตุ้นให้เราตั้งตารอและอยากเข้าใช้งานต่อเรื่อยๆ สำหรับประเด็นที่มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยืนยันว่า Instagram ไม่ได้มีเจตนาให้คนเสพติดนั้น ผมคิดว่ายังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันได้ เพราะหลังจากที่มีการเปิดเผยเอกสารภายใน พบว่าบริษัทได้ศึกษาวิธีที่จะเพิ่มเวลาการใช้งานโดยใช้หลักจิตวิทยาในการออกแบบฟีเจอร์ต่างๆ นอกจากนี้ การติดโซเชียลไม่ได้ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ของแอปเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงพฤติกรรมและการจัดการของแต่ละคน เช่น การตั้งเวลาใช้งานหรือจำกัดการแจ้งเตือน เพื่อช่วยให้ตนเองไม่หลุดเข้าไปในวงจรการเสพติดดิจิทัล ในฐานะผู้ใช้งานทั่วไป ผมแนะนำว่าควรตระหนักรู้และเข้าใจวิธีที่แอปออกแบบมาให้ติดใจ เพื่อที่จะได้เลือกใช้งานอย่างมีสติ หากเกิดความรู้สึกว่าการใช้โซเชียลมีเดียเริ่มส่งผลเสียต่อชีวิตประจำวัน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือลองจำกัดการใช้งานอย่างจริงจังจะช่วยได้มาก สุดท้ายเรื่องนี้ยังคงเป็นประเด็นที่สำคัญที่ทุกคนควรมีส่วนร่วมพูดคุย เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งและสามารถหาทางแก้ไขร่วมกันในอนาคต