Automatically translated.View original post

🇸🇬 Intrusive Ideas! Singapore Turns' Building Wall 'Into' Edible Vegetable Garden 'For Free Passengers! 🌿

🇸🇬 Intrusive Ideas! Singapore Turns' Building Wall 'Into' Edible Vegetable Garden 'For Free Passengers! 🌿

How good would it be if we walked through the building and could cook fresh vegetables back to cooking? 🏙️✨

Singapore is concrete this idea by building "Edible Green Walls" in public buildings, planting herbs, vegetables and fruit trees, and allowing passersby to reap their produce home. 🥦🍅

Why is a tech city like Singapore pushing for this project?

🌱 Enhanced food security: Singapore relies relatively highly on food imports; urban farming is therefore a milestone in the production of self-eating food.

🌱 Make the Most of Limited Space: Vertical Gardening saves not only space, but also natural air purifiers, and reduces the temperature of the building. 🌡️⬇️

🌱 Strengthen the community: Vegetables like peppermint, basil, or pandan. In addition to being useful, it connects the relationships of the local people, with local authorities and volunteers guarding 🤝

Urban planners view "edible architecture" as the perfect convergence of sustainability, nutrition, and trust in society...It is a very interesting model of urban design. 💡

If our neighborhood has a wall of vegetables like this, what do friends want to plant? Comments can tell. 👇

Sources: Urban Farming Initiatives in Singapore

# deepkub # UrbanFarming # Singapore # SustainableCities # GreenDesign

6/3 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ที่เคยเดินทางไปสิงคโปร์และเห็นโครงการ "กำแพงสีเขียวที่กินได้" นี้ด้วยตัวเอง ผมประทับใจมากกับแนวคิดที่เปลี่ยนพื้นที่จำกัดในเมืองให้กลายเป็นแหล่งอาหารสาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ไม่เพียงเป็นการปลูกผักแนวตั้งเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกและบทบาทของคนในชุมชนในการดูแลร่วมกัน ตัวอย่างเช่น การปลูกสะระแหน่ โหระพา หรือใบเตย ที่เป็นสมุนไพรใกล้ตัวและใช้ในครัวเรือน ทำให้ผู้คนรู้จักการเก็บเกี่ยวพืชผักอย่างถูกวิธีและนำไปใช้ได้จริง สิ่งที่น่าสนใจคือกำแพงผักเหล่านี้ช่วยลดมลพิษทางอากาศและทำให้อุณหภูมิในพื้นที่รอบ ๆ อาคารลดลง ซึ่งมีผลดีต่อสภาพแวดล้อมในเมืองร้อน และยังเป็นเครื่องมือส่งเสริมความร่วมมือในชุมชนที่หลากหลาย เพราะหน่วยงานท้องถิ่นและกลุ่มอาสาสมัครต่างช่วยกันดูแลสวนผัก ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีและความรู้สึกของความเป็นเจ้าของร่วมกัน หากนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ในประเทศไทย ตามชุมชนหรือเมืองใหญ่ ผมเชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนพื้นที่เกษตรในเมือง และส่งเสริมให้คนไทยหันมาใส่ใจด้านความยั่งยืน ทั้งเรื่องโภชนาการและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ที่สำคัญ การมีสวนผักติดกำแพงให้เก็บกินได้ฟรียังเสริมสร้างความรู้ด้านอาหารและเกษตรในกลุ่มเยาวชนอีกด้วย ใครที่สนใจสามารถเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการปลูกสมุนไพรที่ใช้ในครัวเรือนซึ่งดูแลง่าย เช่น กะเพรา สะระแหน่ หรือผักชีฝรั่ง เพื่อเป็นต้นแบบของการเพาะปลูกแนวตั้งที่ทำได้จริงในพื้นที่จำกัด การปลูกผักกินได้บนกำแพงตึกจึงไม่ใช่แค่แนวทางการเกษตร แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน งานฉลองแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้เรามองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการจัดการพื้นที่ในเมือง และเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วไปกล้าที่จะทดลองเปลี่ยนพื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง