เมื่อ AI ของ BYD สามารถเทียบภาพถ่ายใต้ท้องรถ เพื่อเตือนคนขับเมื่อมีเด็กหรือสัตว์เลี้ยงมุดอยู่
เมื่อ AI ของ BYD สามารถเทียบภาพถ่ายใต้ท้องรถ เพื่อเตือนคนขับเมื่อมีเด็กหรือสัตว์เลี้ยงมุดอยู่
ชาวดีพครับ ใครที่มีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงที่บ้าน น่าจะเคยเสียวๆ เวลาจะถอยรถหรือออกรถกันใช่มั้ยครับ เพราะจุดบอดที่น่ากลัวและควบคุมยากที่สุดคือพื้นที่ "ใต้ท้องรถ" ที่กล้องมองไม่เห็น 🐶👧
ล่าสุดผมไปเจออัปเดตเทคโนโลยีของปี 2026 จากค่าย BYD ที่เพิ่งจดสิทธิบัตรระบบความปลอดภัย AI ตัวใหม่ ซึ่งออกแบบมาเพื่อสแกนสิ่งมีชีวิตใต้ท้องรถโดยเฉพาะเลยครับ 🚙✨
ระบบนี้ไม่ได้ใช้แค่เซนเซอร์จับความเคลื่อนไหวธรรมดานะครับ แต่มันใช้การทำงานที่เรียกว่า Baseline Imaging โดยมีขั้นตอนแบบนี้ครับ:
ตอนเราจอดรถดับเครื่องเรียบร้อย ระบบจะ "ถ่ายภาพ" ใต้ท้องรถเก็บไว้เป็นภาพอ้างอิง (Baseline)
พอเรากำลังจะสตาร์ทรถเพื่อออกตัว ระบบจะถ่ายภาพใต้ท้องรถอีกรอบแบบเรียลไทม์
สมองกล AI จะเอาสองภาพมาเทียบกันอย่างรวดเร็ว ถ้ามีอะไรโผล่มาใหม่ เช่น มีสุนัขเข้าไปนอนหลบแดด หรือมีเด็กมุดเข้าไป AI จะสแกนจุดนั้นทันทีว่าใช่สิ่งมีชีวิตมั้ย
ที่เจ๋งคือ AI ตัวนี้ถูกฝึกมาให้แย กแยะพวกแสงเงา ฝุ่น หรือเศษขยะบนพื้นถนนได้ด้วยครับ ทำให้ระบบไม่เตือนมั่วซั่ว และโฟกัสเฉพาะความปลอดภัยของสิ่งมีชีวิตจริงๆ ถ้าประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยง ระบบจะส่งสัญญาณเตือนให้คนขับรู้ตัวก่อนรถขยับทันทีครับ 🛑
การใช้ AI เข้ามาช่วยอุดช่องโหว่จุดบอดแบบนี้ ถือเป็นระบบความปลอดภัยที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากๆ ถ้าเทคโนโลยีนี้ถูกนำมาติดตั้งในรถยนต์ที่วิ่งตามท้องถนน น่าจะช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุในเขตชุมชนได้เยอะเลยครับ 👏
Sources: Industrial Outlook (2026), Interesting Engineering, CarNewsChina
#deepkub #BYD #รถยนต์ไฟฟ้า #ArtificialIntelligence #ElectricVehicles #นวัตกรรมยานยนต์ #ความปลอดภัย #เทคโนโลยีAI
ในฐานะคนที่มีสัตว์เลี้ยงและเด็กเล็กอยู่ดูแลที่บ้าน ผมเข้าใจความกังวลเรื่องความปลอดภัยเวลาถอยรถหรือออกตัวจากที่จอด ที่ผ่านมาผมมักใช้วิธีเช็กใต้ท้องรถด้วยตัวเองทุกครั้งก่อนสตาร์ท แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่สะดวกเสมอไป โดยเฉพาะเวลาที่ต้องรีบร้อนหรือแสงน้อย เทคโนโลยี AI 360 องศา ที่ BYD พัฒนามาเพื่อสแกนพื้นที่ใต้ท้องรถถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าตื่นเต้น เพราะนอกจากจะใช้ภาพอ้างอิง Baseline Imaging เพื่อจับความเปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ได้แล้ว ยังสามารถแยกแยะสิ่งมีชีวิตจริง ๆ จากแสงเงาหรือขยะอีกด้วย ซึ่งช่วยลดการแจ้งเตือนผิดพลาดที่รบกวนผู้ใช้งานอย่างมาก ผมคิดว่าในอนาคตถ้าระบบนี้ถูกนำมาติดตั้งในรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์ทั่วไป จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะบริเวณชุมชนหรือพื้นที่ที่เด็กและสัตว์เลี้ยงมักเล่นใกล้รถยนต์ อีกทั้งยังช่วยลดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดจากจุดบอดใต้ท้องรถได้ดีขึ้นด้วย สำหรับคนที่สนใจเทคโนโลยีนี้ แนะนำให้ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในวงการยานยนต์ที่จะนำ AI มาช่วยเสริมความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง ๆ เพราะนี่คือตัวอย่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริงอย่างแท้จริง
