✈️🏭 จีนอาจผลิตเครื่องบินรบได้ปีละ 300–400 ลำ ตัวเลขที่กำลังเขย่าสมดุลอำนาจทางอากาศ

✈️🏭 จีนอาจผลิตเครื่องบินรบได้ปีละ 300–400 ลำ ตัวเลขที่กำลังเขย่าสมดุลอำนาจทางอากาศ

J. Michael Dahm นักวิเคราะห์จาก Mitchell Institute ประเมินในงาน AFA Warfare Symposium 2026 ว่า การขยายโรงงานของกลุ่ม AVIC อาจทำให้จีนมีกำลังผลิตเครื่องบินรบยุคที่ 4 และ 5 รวมกันประมาณ 300–400 ลำต่อปี หากสายการผลิตใหม่ถูกใช้งานเต็มศักยภาพ

ตัวเลขดังกล่าวสูงมากเมื่อเทียบกับฝั่งสหรัฐฯ แต่ต้องเทียบอย่างระมัดระวัง เพราะนี่คือ ประมาณการกำลังผลิตในอนาคตของเครื่องบินจีนหลายรุ่นรวมกัน ไม่ใช่ยอดส่งมอบจริง ขณะที่ Lockheed Martin ส่งมอบ F-35 ได้ 191 ลำในปี 2025 ซึ่งรวมเครื่องสำหรับสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร

เครื่องบินในขอบเขตการประเมินของจีนอาจครอบคลุม J-20, J-35/J-35A, J-16 และ J-15 ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเครื่องบินล่องหนทั้งหมด 400 ลำต่อปี

📌 สิ่งที่น่าจับตาคือจีนไม่ได้พัฒนาเพียงตัวเครื่อง แต่กำลังขยายโรงงาน แรงงาน ห่วงโซ่อุปทาน และความสามารถในการทดแทนความสูญเสียระหว่างความขัดแย้ง

แนวทางนี้ถูกมองว่าคล้ายกับการขยายกองทัพเรือจีน ซึ่งสามารถแซงกองทัพเรือสหรัฐฯ ในด้านจำนวนเรือรบรวมได้แล้ว แม้จำนวนเรือเพียงอย่างเดียวจะไม่สะท้อนคุณภาพ ขนาด ระวาง หรือศักยภาพการรบทั้งหมดก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าจีนเลือก “จำนวนแทนคุณภาพ” อย่างเป็นทางการ เพราะ J-20 และ J-35 ก็สะท้อนความพยายามยกระดับเทคโนโลยีควบคู่กันไป

ถ้าคุณภาพเข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่าง “เครื่องที่เก่งกว่า” กับ “เครื่องที่มีมากกว่า” อะไรจะตัดสินสงครามทางอากาศ?

Sources: AFA Warfare Symposium | Reuters – F-35 deliveries | Air & Space Forces Magazine

#deepkub #กองทัพอากาศ #เครื่องบินรบ #จีน #อุตสาหกรรมกลาโหม

7/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะคนที่ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีกลาโหมและอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องบินรบมานาน ผมเห็นว่าการเพิ่มกำลังผลิตเครื่องบินรบของจีนถึงปีละ 300-400 ลำนั้น เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจและสร้างความกังวลให้กับหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ซึ่งเดิมมีจุดแข็งเรื่องเทคโนโลยีและจำนวนเครื่องบินรบที่ส่งมอบอย่างต่อเนื่อง การที่จีนไม่เพียงแค่ผลิตเครื่องบิน แต่ยังขยายโรงงาน แรงงาน และความสามารถในห่วงโซ่อุปทาน ถือเป็นการมองอย่างรอบด้านเพื่อรักษาเสถียรภาพและความยั่งยืนในการทหาร ยุทธศาสตร์นี้คล้ายกับการขยายกองทัพเรือของจีนที่ทำให้จำนวนเรือรบเริ่มแซงหน้าสหรัฐฯ ในแง่จำนวน จากประสบการณ์ส่วนตัวในการศึกษาธุรกิจและการบริหารแบบ Lean Manufacturing ทำให้ผมเห็นว่าการเพิ่มกำลังผลิตเครื่องบินรบต้องอาศัยการจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงทั้งในเรื่องของการผลิตและซัพพลายเชน ซึ่งจีนกำลังดำเนินการอย่างจริงจัง นอกจากนี้การผลิตเครื่องบินหลากรุ่นอย่าง J-20, J-35/J-35A, J-16 และ J-15 ในปริมาณมาก จะช่วยให้จีนมีความยืดหยุ่นและความได้เปรียบด้านยุทธศาสตร์หากเกิดความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มจำนวนเครื่องบินไม่ได้หมายความว่าคุณภาพจะด้อยลงเสมอไป เพราะจีนยังลงทุนด้านเทคโนโลยีสอดคล้องกับเครื่องบินล่องหนรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม หากเทคโนโลยีระหว่างสองฝ่ายใกล้เคียงกัน การตัดสินใจระหว่าง “เครื่องที่เก่งกว่า” กับ “เครื่องที่มีมากกว่า” อาจกลายเป็นปัจจัยหลักที่จะกำหนดชัยชนะหรือความได้เปรียบในการสงครามทางอากาศในอนาคต ในมุมมองของผม การติดตามการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขการผลิตเครื่องบินรบ แต่เป็นการดูแนวทางการพัฒนายุทธศาสตร์อุตสาหกรรมกลาโหมของจีนที่อาจพลิกโฉมสมดุลทางการทหารโลกในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ