⚡ อิสราเอลเปิดยุค “เลเซอร์ป้องกันภัยทางอากาศ” ยิงแต่ละครั้งต้นทุนแค่ไม่กี่ดอลลาร์

⚡ อิสราเอลเปิดยุค “เลเซอร์ป้องกันภัยทางอากาศ” ยิงแต่ละครั้งต้นทุนแค่ไม่กี่ดอลลาร์

อิสราเอลส่งมอบระบบ Iron Beam ชุดแรกให้กองทัพเมื่อปลายปี 2025 ระบบเลเซอร์กำลังสูงนี้ถูกออกแบบให้รับมือกับโดรน จรวด กระสุนปืนครก และภัยทางอากาศระยะใกล้ โดย Rafael ระบุว่ามีพิสัยสูงสุดประมาณ 10 กิโลเมตร 🎯

จุดขายสำคัญคือต้นทุนส่วนเพิ่มต่อการยิงต่ำมาก เจ้าหน้าที่อิสราเอลเคยประเมินไว้ราว 2 ดอลลาร์ ขณะที่ข้อมูลทั่วไปมักเรียกว่า “ไม่กี่ดอลลาร์” เพราะหลัก ๆ เป็นค่าไฟที่ใช้สร้างลำแสง เทียบกับขีปนาวุธ Tamir ของ Iron Dome ซึ่งมีการประเมินว่ามีราคาประมาณ 50,000 ดอลลาร์ต่อลูก

แต่คำว่า “ยิงได้ไม่จำกัด” ต้องใส่เบรกนิดหนึ่ง 🛑 แม้เลเซอร์ไม่ต้องบรรจุกระสุนแบบขีปนาวุธ แต่ยังต้องพึ่งแหล่งพลังงาน ระบบระบายความร้อน เวลาที่ใช้จี้ลำแสงบนเป้าหมาย และขีดความสามารถในการรับมือหลายเป้าพร้อมกัน

สภาพอากาศก็เป็นข้อจำกัดสำคัญ เพราะฝน หมอก ฝุ่น ควัน และเมฆหนา สามารถลดกำลังและความแม่นยำของลำแสงได้ ต่างจาก Iron Dome ที่ออกแบบให้ปฏิบัติงานได้ทุกสภาพอากาศและครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า 🌧️

ดังนั้น Iron Beam ไม่ได้มาแทน Iron Dome แต่จะทำงานร่วมกันในระบบป้องกันหลายชั้น โดยใช้เลเซอร์จัดการภัยระยะใกล้ที่มีจำนวนมากเมื่อสภาพแวดล้อมเอื้อ และเก็บขีปนาวุธราคาแพงไว้รับมือเป้าหมายที่เลเซอร์จัดการไม่ได้

ราคาต่อครั้งอาจถูกแบบชวนอึ้ง แต่ตัวระบบ อุปกรณ์ตรวจจับ แหล่งพลังงาน และค่าบำรุงรักษายังมีมูลค่าสูง—ไม่ใช่เสียบปลั๊กแล้วปิ๊วได้เลยนะ 😅

Sources: Israel Ministry of Defense | Rafael | Reuters

#deepkub #IronBeam #Israel #MissileDefense #เทคโนโลยีการทหาร

7/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การติดตามเทคโนโลยีการป้องกันภัยทางอากาศ พบว่าการนำระบบเลเซอร์มาใช้ถือเป็นก้าวสำคัญในยุคสมัยของการป้องกันภัยทางอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดต้นทุนอย่างมาก Iron Beam ไม่เพียงแต่ลดค่าใช้จ่ายต่อการยิงแต่ละครั้งได้อย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับขีปนาวุธ แต่ยังสามารถยิงซ้ำได้หลายครั้งโดยไม่ต้องเปลี่ยนกระสุนเหมือนระบบเดิม นอกจากนี้ การเชื่อมต่อระบบเลเซอร์เข้ากับระบบ Iron Dome ที่ใช้งานมาก่อนแล้ว ยังช่วยให้สามารถตั้งรับภัยคุกคามในหลายระดับชั้นได้อย่างรัดกุม อย่างไรก็ตาม ระบบเลเซอร์ยังมีข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา เช่น สภาพอากาศที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งาน แม้จะยิงได้ด้วยต้นทุนต่ำ แต่ต้องมีระบบพลังงานและการระบายความร้อนที่ทรงพลังเพื่อให้ลำแสงทำงานได้อย่างต่อเนื่องในการสกัดกั้นเป้าหมาย ความท้าทายนี้ทำให้ Iron Beam ต้องใช้งานคู่กับระบบเดิมเพื่อความครอบคลุมสูงสุด จากที่เคยเห็นระบบเลเซอร์ในภาคการป้องกันภัยทางอากาศต่างประเทศ พบว่าเทคโนโลยีนี้กำลังถูกพัฒนาและนำมาใช้จริงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศที่เน้นลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในสถานการณ์จริง สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องเทคโนโลยีทหารสมัยใหม่ Iron Beam ถือเป็นตัวอย่างเทคโนโลยีเลเซอร์ที่น่าติดตามและอาจกลายเป็นเทรนด์หลักของการรักษาความปลอดภัยในอนาคตอันใกล้นี้