🇩🇪 เยอรมนีเดินหน้าสู่สงครามพลังงานโดยตรง หลังสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพเยอรมันมอบสัญญามูลค่าหลายร้อยล้านยูโรให้ Rheinmetall และ MBDA พัฒนา “อาวุธเลเซอร์พลังงานสูง” สำหรับกองทัพเรือ

⚡ ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือโดรน เป้าหมายทางอากาศ เรือเร็วขนาดเล็ก และภัยคุกคามระยะใกล้ โดยจะทำงานเสริมกับปืนใหญ่และขีปนาวุธเดิม ไม่ได้เข้ามาแทนที่ทั้งหมด

ต้นแบบเคยผ่านการทดสอบบนเรือฟริเกต Sachsen เดินทางรวมกว่า 28,000 ไมล์ทะเล และยิงทดสอบมากกว่า 1,000 ครั้งกับเป้าหมายทั้งทางอากาศ ทางทะเล และภาคพื้นดิน แม้อยู่ในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย 🎯

จุดเด่นคือไม่ต้องบรรทุกกระสุนแบบเดิม ใช้พลังงานไฟฟ้าในการยิง ทำให้ต้นทุนต่อครั้งมีแนวโน้มต่ำกว่าขีปนาวุธสกัดกั้นมาก แต่คำว่า “ยิงด้วยความเร็วแสง” ไม่ได้แปลว่าทำลายเป้าหมายทันที เพราะลำแสงยังต้องรวมพลังงานบนจุดเดิมช่วงหนึ่ง อีกทั้งเรือจำเป็นต้องมีระบบผลิตไฟและระบายความร้อนประสิทธิภาพสูง 🔋

เยอรมนีตั้งเป้าให้ระบบพร้อมปฏิบัติการในปี 2029 ซึ่งอาจกลายเป็นเกราะป้องกันสำคัญของเรือรบในยุคที่โดรนราคาถูกสามารถสร้างความเสียหายได้มหาศาล

Sources: Rheinmetall, 9 July 2026 | Bundeswehr, 10 April 2026

#deepkub #Germany #LaserWeapon #GermanNavy #DefenseTechnology

8/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวในการติดตามข่าวเทคโนโลยีทางทหาร ผมมองว่าอาวุธเลเซอร์พลังงานสูงที่เยอรมนีพัฒนานี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์การป้องกันทางทะเลอย่างแท้จริง โดยอาวุธเลเซอร์จะใช้พลังงานไฟฟ้าแทนกระสุนแบบเดิม ส่งผลให้ลดต้นทุนต่อการยิงแต่ละครั้งได้อย่างมาก และไม่มีปัญหาเรื่องกระสุนหมดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นข้อดีเด่นที่เห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับขีปนาวุธสกัดกั้นแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม การยิงเลเซอร์ยังต้องใช้การสะสมพลังงานบนจุดเป้าหมายเป็นระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้นการกำหนดเวลายิงและทิศทางเลเซอร์ที่แม่นยำจึงเป็นเรื่องที่ต้องมีเทคโนโลยีควบคุมสูง เครื่องมือผลิตพลังงานและระบบระบายความร้อนของเรือจึงมีความสำคัญไม่แพ้กันเพื่อให้สามารถยิงเลเซอร์ได้ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ การทดสอบต้นแบบบนเรือฟริเกต Sachsen ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความทนทานของระบบแม้ในสภาพอากาศเลวร้าย และความสามารถในการจัดการกับเป้าหมายหลากหลายประเภท ทั้งทางอากาศและทางทะเล สร้างความมั่นใจในความพร้อมของเทคโนโลยีนี้ที่จะนำมาใช้จริงในปี 2029 ผมเชื่อว่าเมื่ออาวุธเลเซอร์เหล่านี้ถูกนำมาใช้จริงในกองทัพเรือเยอรมนี จะช่วยสร้างเกราะป้องกันที่ทรงประสิทธิภาพในยุคที่โดรนราคาถูกจำนวนมากถูกใช้โจมตี อีกทั้งจะเป็นแบบอย่างให้ประเทศอื่นๆ หันมาใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อเสริมความมั่นคงทางทะเลในอนาคต