🚀 สหรัฐฯ กำลังเร่งพัฒนาและเพิ่มกำลังผลิตอาวุธ Hypersonic ซึ่งสามารถเคลื่อนที่เร็วกว่าเสียงอย่างน้อย 5 เท่า พร้อมเปลี่ยนทิศทางระหว่างบิน ทำให้การตรวจจับและสกัดกั้นซับซ้อนกว่าขีปนาวุธทั่วไป

💰 งบประมาณกลาโหมปี 2026 จัดสรรเงินมากกว่า 3.9 พันล้านดอลลาร์ให้โครงการ Hypersonic หลายระบบ ทั้ง Dark Eagle ของกองทัพบก, Conventional Prompt Strike หรือ CPS ของกองทัพเรือ และ ARRW ของกองทัพอากาศ

⚙️ เดือนมีนาคม 2026 กองทัพบกสหรัฐฯ มอบสัญญา 2.7 พันล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและผลิต Common Hypersonic Glide Body ซึ่งกองทัพบกและกองทัพเรือใช้งานร่วมกัน

แต่เทคโนโลยีนี้ยังมีราคาแพงมาก รายงาน GAO ประเมินว่า CPS ของกองทัพเรือมีต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 67 ล้านดอลลาร์ต่อลูก ขณะที่สายการผลิตปัจจุบันรองรับได้สูงสุดเพียง 6–7 ลูกต่อปี จากระดับ 12 ลูกต่อปีที่ต้องการเพื่อให้การผลิตมีเสถียรภาพ

🔎 นี่จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันว่าใครมีขีปนาวุธเร็วที่สุด แต่คือการแข่งขันว่าใครจะสามารถผลิตอาวุธที่ซับซ้อนนี้ได้มากพอ เร็วพอ และควบคุมต้นทุนได้ก่อนกัน

Sources: U.S. Army | U.S. Department of Defense | U.S. GAO

#deepkub #Hypersonic #DarkEagle #ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก #เทคโนโลยีการทหาร

8/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์และการติดตามข่าวสารเทคโนโลยีทางทหาร ผมเห็นว่าเทคโนโลยีขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกนั้นไม่ใช่แค่เรื่องความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมที่ซับซ้อนสุดๆ การที่ขีปนาวุธสามารถบินด้วยความเร็วเกินเสียงถึง 5 เท่าและเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศได้นั้น หมายถึงระบบควบคุมการบินและเซ็นเซอร์ต้องมีความแม่นยำสูงมาก ในมุมของการผลิต โครงการต่างๆ เช่น Dark Eagle และ Conventional Prompt Strike (CPS) ที่กองทัพสหรัฐฯ เร่งพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายเรื่องต้นทุนและกำลังผลิตที่ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการในภาวะสงครามที่ต้องการอาวุธจำนวนมาก ด้วยต้นทุนสูงถึง 67 ล้านดอลลาร์ต่อลูก และสายการผลิตที่รองรับได้เพียง 6-7 ลูกต่อปี เทียบกับเป้าที่ต้องการ 12 ลูกต่อปี เพื่อสร้างเสถียรภาพในการผลิต จึงเป็นภารกิจที่ต้องการความร่วมมือจากภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและภาครัฐอย่างใกล้ชิด ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยีไฮเปอร์โซนิกจึงกลายเป็นสนามแข่งขันที่ไม่ได้วัดกันแค่ความเร็วหรือประสิทธิภาพ แต่คือการบริหารจัดการด้านการผลิต การลงทุนงบประมาณ และการลดต้นทุนเพื่อให้พร้อมใช้งานจริงได้ในวงกว้างและต่อเนื่อง นับว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับความมั่นคงในยุคใหม่ สำหรับผู้ที่สนใจด้านเทคโนโลยีการทหารหรือการพัฒนาอาวุธไฮเปอร์โซนิก แนะนำว่าควรติดตามข่าวสารและการวิเคราะห์อย่างละเอียด ทั้งการเปิดเผยจากกองทัพและรายงานของ GAO ซึ่งช่วยให้เข้าใจภาพรวมด้านงบประมาณและความเป็นไปได้ในการผลิต นอกจากนี้ การมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างความเร็ว การควบคุมต้นทุน และการผลิตในระดับอุตสาหกรรม จะช่วยให้เห็นความท้าทายของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้อย่างครบถ้วนและมีมิติที่ลึกซึ้งขึ้น