⚡️ กองทัพบกสหรัฐฯ กำลังพัฒนาเลเซอร์พลังงานสูง เพื่อเพิ่มอาวุธอีกชั้นให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศ แต่เทคโนโลยีนี้ยังไม่พร้อมแทนขีปนาวุธทั้งหมด

ระบบ DE M-SHORAD ติดตั้งเลเซอร์ขนาด 50 กิโลวัตต์บนรถเกราะ Stryker โดยส่งต้นแบบ 4 คันให้หน่วยทหารตั้งแต่ปีงบประมาณ 2023 และนำไปประเมินในพื้นที่ปฏิบัติการช่วงปี 2024

อย่างไรก็ตาม รายงาน GAO ระบุว่าระบบยังไม่สมบูรณ์พอเข้าสู่กระบวนการจัดหาปกติ ทำให้แผนผลิตเลื่อนจากปีงบประมาณ 2025 ไปเป็น 2027 ขณะที่งบประมาณปี 2026 ระบุว่าโครงการรุ่นต่อยอด Enduring High Energy Laser หรือ E-HEL ยังอยู่ในขั้นทดสอบระบบ ฝึกผู้ใช้ และเก็บข้อมูลจากทหาร

🎯 จุดแข็งของเลเซอร์คือยิงด้วยความเร็วแสง เล็งเป้าหมายได้แม่น และใช้พลังงานแทนกระสุน กองทัพบกเคยประเมินต้นทุนพลังงานเฉลี่ยราว 30 ดอลลาร์ต่อการยิงหนึ่งครั้ง แต่ตัวเลขนี้ไม่รวมค่าพัฒนาระบบ รถผลิตไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน เซนเซอร์ และการบำรุงรักษา

🌧️ ฝน หมอก ฝุ่น ควัน ระยะยิง และความร้อนสะสมสามารถลดประสิทธิภาพได้ อีกทั้งต้องเล็งลำแสงค้างบนเป้าหมายระยะหนึ่ง จึงอาจรับมือเป้าหมายจำนวนมากพร้อมกันได้จำกัด

สรุปง่ายๆ เลเซอร์มีอนาคตมาก แต่บทบาทที่เหมาะที่สุดคือทำงานร่วมกับปืน ระบบรบกวน และขีปนาวุธในระบบป้องกันหลายชั้น—not ปลดขีปนาวุธออกแล้วเสียบปลั๊กแทนทันที 😅

Sources: GAO · U.S. Army FY2026 Budget · U.S. Army

#USArmy #LaserWeapons #AirDefense #MilitaryTechnology #deepkub

9 ชั่วโมงที่แล้วแก้ไขเป็น