Meta เปิดตัว Muse เมื่อ 8 ก.ย. 2026 เป็น Personal AI Agent ที่ออกแบบมาให้รับ “เป้าหมาย” จากผู้ใช้ แล้วช่วยแตกงาน วางแผน และลงมือทำหลายขั้นตอนให้เอง

ตัวอย่างที่ Muse ทำได้ 👇

📧 ร่างและส่งอีเมล

✈️ ช่วยจองการเดินทาง

📝 เปิดเว็บและกรอกฟอร์ม

🛒 ช้อปออนไลน์และชำระเงิน

📅 เชื่อมกับอีเมล ปฏิทิน Instagram และบริการอื่น

⏳ ทำงานต่อได้แม้เราปิดแอปไปแล้ว

จุดสำคัญคือ Muse ไม่ได้ทำทุกอย่างแบบเงียบๆ สำหรับคำสั่งที่มีผลจริง เช่น ส่งอีเมลหรือซื้อสินค้า ระบบถูกออกแบบให้ขออนุมัติจากผู้ใช้ก่อน

🔐 เบื้องหลังคือ Muse Secure VM คอมพิวเตอร์เสมือนบนคลาวด์ที่แยกสำหรับผู้ใช้แต่ละคน พร้อมระบบควบคุมสิทธิ์และบันทึกกิจกรรมให้ตรวจสอบได้

📱 ตอนนี้เริ่มทยอยเปิดในสหรัฐฯ ผ่าน iOS, Android และ muse.ai และใช้งานผ่าน WhatsApp ได้แล้ว ส่วน AI glasses จะตามมาในอนาคตอันใกล้

Muse มีเวอร์ชันใช้ฟรีแบบจำกัดการใช้งาน และมีแพ็กเกจเสียเงินสำหรับคนที่ต้องการใช้มากขึ้น

นี่อาจเป็นภาพชัดขึ้นของยุค AI Agent — จากเดิมที่เราถาม AI ว่า “ต้องทำยังไง?” ต่อไปเราอาจแค่บอกว่า “ช่วยทำให้หน่อย” 🤯

Sources

• Meta Newsroom — Introducing Muse, 8 Sep 2026

• Meta AI — Muse

• Meta AI Research — How We Built Safety Into Muse

#deepkub #MetaAI #MuseAI #AIAgents #FutureTech

9/16 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณกำลังเสิร์ชว่า “Meta Muse คืออะไร” หรือ “Muse AI คือ” ให้ภาพรวมแบบเข้าใจง่ายก่อน: Muse ของ Meta ถูกวางตำแหน่งเป็น Personal AI Agent ไม่ใช่แชตบอทที่ตอบคำถามอย่างเดียว แต่เป็นผู้ช่วยที่ “ลงมือทำงานแทน” ตามเป้าหมายที่เราบอก เช่น บอกว่าอยากไปทริป 3 วัน มันจะช่วยแตกขั้นตอน วางแผน เปิดเว็บ จองการเดินทาง กรอกฟอร์ม หรือช่วยเตรียมอีเมล/ข้อความต่าง ๆ ให้เสร็จเป็นงานๆ ไป สิ่งที่คนสนใจเยอะคือ “Meta Muse AI personal agent app” ใช้ยังไง/มีบนมือถือไหม จากข้อมูลที่ประกาศไว้ Muse เริ่มทยอยเปิดในสหรัฐฯ และใช้งานได้ผ่าน iOS, Android และเว็บ (muse.ai) รวมถึงใช้ผ่าน WhatsApp ได้แล้วในบางพื้นที่ ดังนั้นถ้าคุณอยู่ไทยแล้วหา “Meta Muse ai agent mobile app” อาจยังต้องรอรอบการเปิดให้ใช้อย่างเป็นทางการในภูมิภาคเรา แนะนำให้เช็กจากหน้าเว็บ/แอปสโตร์ว่ามีให้ดาวน์โหลดและล็อกอินได้หรือยัง และดูเงื่อนไขประเทศที่รองรับ อีกคำค้นที่เจอบ่อยคือ “muse ai agent app” ต่างจากแอปผู้ช่วยทั่วไปยังไง จุดที่ทำให้มันเป็น AI Agent คือมันทำงานต่อเนื่องหลายขั้นตอนเองได้ และทำงานต่อได้แม้เราปิดแอปไปแล้ว (เหมาะกับงานที่ต้องรอ/ทำเป็นลำดับ) แต่ก็ไม่ได้ปล่อยให้ทำทุกอย่างแบบเงียบ ๆ เพราะงานที่ “มีผลจริง” เช่น ส่งอีเมลหรือจ่ายเงิน ระบบออกแบบให้ขออนุมัติจากผู้ใช้ก่อน อันนี้เป็นจุดที่ทำให้หลายคนกล้าใช้งานมากขึ้น โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับบัญชีและการชำระเงิน ด้านความปลอดภัย Muse ใช้แนวคิด “Muse Secure VM” เป็นคอมพิวเตอร์เสมือนบนคลาวด์แยกสำหรับผู้ใช้แต่ละคน พร้อมระบบควบคุมสิทธิ์และบันทึกกิจกรรมให้ตรวจสอบได้ ถ้าคุณคิดจะให้เอเจนต์ช่วยกรอกฟอร์มหรือทำธุรกรรม นี่คือจุดที่ควรอ่านรายละเอียดให้ครบ: มันเข้าถึงอะไรได้บ้าง, ขออนุมัติเมื่อไหร่, และเรายกเลิก/ย้อนกลับได้อย่างไร เรื่องราคา Muse มีทั้งเวอร์ชันใช้ฟรีแบบจำกัด และแพ็กเกจเสียเงินสำหรับคนที่ต้องการใช้งานมากขึ้น ถ้าจะเริ่มลอง แนะนำเริ่มจากงานที่ความเสี่ยงต่ำก่อน เช่น ร่างอีเมล/สรุปแผน/จัดตาราง แล้วค่อยขยับไปงานที่ต้องล็อกอินหรือจ่ายเงินเมื่อมั่นใจ ส่วนคนที่ค้น “Muse Thailand สมัครงาน” ถ้าหมายถึงสมัครงานที่ Meta/ทีมที่เกี่ยวข้องกับ Muse ให้ลองค้นจากหน้า Careers ของ Meta โดยใช้คีย์เวิร์ด “Muse”, “AI Agent”, “Meta AI” และกรองสถานที่เป็น Thailand/Remote ตามที่ต้องการ (ตำแหน่งอาจไม่ได้เปิดในไทยตลอดเวลา) และถ้าหมายถึงการสมัคร “ใช้งาน Muse ในไทย” ก็อย่างที่บอก—ตอนนี้หลัก ๆ ยังเป็นการทยอยเปิดในสหรัฐฯ จึงต้องรอการเปิดประเทศ/รายการรองรับอย่างเป็นทางการครับ

ค้นหา ·
แว็กซ์น้ำผึ้งแล้วเป็นขนคุด