ต้องการเป็น"ลูกรักสิ่งศักดิ์สิทธิ์"
เพื่อรับพร #ปาฏิหาริย์ลัดคิว ต้องเข้าใจเรื่องนี้?
📌แยกให้ออกระหว่าง📌
ความต้องการของ #สมอง
กับ #ความรู้สึกจริงของจิต ที่หยั่งถึง!
.
.
.
การเป็น "ลูกรักสิ่งศักดิ์สิทธิ์"
ไม่ได้หมายถึงต้องทำพิธีใหญ่ หรือบูชาเยอะ ๆ
แต่คือ การเปิดคลื่นตัวเองให้ตรงกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ซึ่ง"กุญแจสำคัญ"อยู่ที่แยกให้ออกระหว่างสมองกับจิต
✅ ความต้องการของสมอง
คือความอยากแบบ “รีบได้”ผูกกับความกลัว
(กลัวไม่พอ, กลัวเสียเวลา, กลัวเสียหน้า)
เวลาขอพรคำพูดเต็มไปด้วยความตึงเครียด
เหมือนเป็นการต่อรองกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ผลลัพธ์ที่ได้จึงมักมาแบบ เหนื่อย ยาก และไม่ยั่งยืน
👉 ตัวอย่าง: “ขอให้ถูกหวย"
ขอให้ได้เงินก้อน ขอให้เขารักฉันเดี๋ยวนี้”
(พอได้แล้ว ใจก็ยังไม่อิ่ม ยังวิ่งตามต่อ)
✅ ความรู้สึกจริงของจิต
คือ ความปรารถนาที่หยั่งถึงรากชีวิต
ผูกกับศรัทธารู้ว่า “ถ้ายังไม่มา ก็ยังใช่”
และมั่นใจว่าเมื่อถึงเวลา มันต้องมาแน่!!
ทำให้คำขอพรฟังดู ละมุน เ บา แต่มีพลังลึก
ผลลัพธ์ที่ได้คือ ปาฏิหาริย์ลัดคิว มันมาไว
เพราะคลื่นจิตสะอาดตรงกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์
👉 ตัวอย่าง: ขอเงินไหลมาเพื่อได้เลี้ยงดูครอบครัว
เพื่อแบ่งปัน เพื่อพัฒนาตัวเอง และขยายความรักออกไป
(พอได้แล้ว ใจอิ่มเต็ม → ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเรื่อย ๆ)
📌ทำไมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถึงเลือกลูกรัก?
เพราะพระองค์ท่าน
✅ดูที่จิตเจตนา
❌ไม่ใช่สมอง
ดังนั้นจงฝึกตั้งสติและฝึกฟังว่า
สิ่งที่เราขอ สิ่งที่ต้องการ
มันออกมาจาก ความกลัวของสมอง
หรือ ความศรัทธาของจิตนะคะ
ด้วยรักและศรัทธาองค์พ่อพระพิฆเนศหมดทั้งใจ🤍🙏
#โค้ชพี่มี่ Crack the code of Youniverse
ถอดรหัสจิตวิญญาณ"ทะลุดวงชะตา"
⚡เหนือฟ้า⚡เ หนือดิน⚡เหนือดวง
การเป็นลูกรักสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เรื่องของการทำพิธีกรรมใหญ่โตหรือบูชามากเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการปรับจิตใจให้สอดคล้องกับพลังงานและความศักดิ์สิทธิ์อย่างลึกซึ้ง การแยกระหว่างความปรารถนาของสมองและความรู้สึกจริงของจิตเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราสื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพ 1. ความต้องการของสมองมักเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความกลัว เช่น กลัวไม่เพียงพอหรือกลัวเสียโอกาส ส่งผลให้เวลาขอพรจะมีความตึงเครียดและเหมือนการต่อรอง ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้รับมักไม่ยั่งยืนและต้องใช้ความพยายามมาก 2. ความรู้สึกจริงของจิตคือความปรารถนาอย่างลึกซึ้งที่ผูกพันกับศรัทธาและความมั่นใจว่าเมื่อตัวเราพร้อมและเวลามาถึง สิ่งที่เราต้องการจะมาเองโดยธรรมชาติ การขอพรในลักษณะนี้จะเต็มไปด้วยความนุ่มนวลและมีพลังลึกซึ้ง ส่งผลให้เกิดปาฏิหาริย์ลัดคิวและสิ่งดีๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มักเลือกผู้ที่มีจิตเจตนาดีและบริสุทธิ์ มากกว่าความต้องการทางสมอง การฝึกตั้งสติและฟังจิตตัวเองจึงเป็นพื้นฐานที่ควรทำ เพื่อให้เรารู้ว่าสิ่งที่เราขอเป็นเพราะความกลัวหรือเพราะความศรัทธาและความรักจริงๆ การนำปรัชญานี้ไปใช้ยังช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ ไม่เพียงแต่รับพรได้ไวแต่ยังช่วยสร้างชีวิตที่มีความหมายและความสงบสุข โดยมีความรักและการแบ่งปันเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาและเติมเต็มชีวิตอย่างแท้จริง โดยสรุป ความหมายที่แท้จริงของการเป็นลูกรักสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือการเปิดใจและคลื่นจิตให้ตรงกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ ผ่านทางความศรัทธาและเจตนาดีที่ออกมาจากจิตใจ ไม่ใช่จากความกลัวในสมอง ซึ่งจะนำพาให้ชีวิตได้พบกับปาฏิหาริย์และพรที่ยั่งยืน
