ชีวิต..ช่วงนี้หนักไปไหม

#ภารกิจปั้นครีเอเตอร์ไฟแรง #ฮีลใจตัวเอง #พลังบวก #ไดอารี่ของฉัน

"หลายครั้งที่ผมมองออกไปในทะเล... ผมมักจะตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า ชีวิตคนเรามันกำลังแล่นไปสู่จุดไหนกันแน่

ตอนที่ผมเห็นภาพเรือประมงลำนี้จอดนิ่งอยู่บนหาดทราย มันเหมือนพล็อตเรื่องบทหนึ่งที่ถูกเขียนให้หยุดพัก... คุณว่าไหมครับ? ทะเลกว้างใหญ่อยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่เรือกลับเลือกที่จะทอดตัวนิ่งๆ บนผืนทราย

ในฐานะคนที่ชอบใช้ตัวอักษรสร้างเรื่องราว ผมมักจะเปรียบชีวิตเหมือนการเดินทางของตัวละคร มีช่วงเวลาที่ต้องออกไปฟันฝ่าเกลียวคลื่น เผชิญกับความไม่แน่นอนและพายุที่โหมกระหน่ำ แต่ถึงอย่างนั้น... ไม่มีตัวละครไหนที่จะแข็งแกร่งพอจะสู้รบได้ตลอดเวลาโดยไม่กลับเข้าฝั่ง การอนุญาตให้ตัวเองได้ 'จอดพัก' นิ่งๆ ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของเรื่องราวเลยครับ แต่มันคือการกลับมาทบทวนตัวเอง ซ่อมแซมรอยรั่วในจิตใจ เพื่อเตรียมเรี่ยวแรงสำหรับหน้ากระดาษถัดไปต่างหาก

คุณลองมองเชือกเส้นนั้นที่ผูกหัวเรือเอาไว้สิครับ...

มันทำให้ผมหวนคิดถึงสิ่งที่ยึดเหนี่ยวชีวิตเราไว้ ไม่ว่าเราจะออกไปเผชิญโลกที่วุ่นวายหรือดำดิ่งลงไปในความมืดมิดแค่ไหน ท้ายที่สุดเราต่างก็ต้องการ 'เชือก' สักเส้น... อาจจะเป็นความรัก ความผูกพัน หรือแม้แต่รากฐานของครอบครัว ที่คอยรั้งไม่ให้เราถูกกระแสลมพัดพาไปอย่างไร้ทิศทาง ชื่อ 'โชคแม่บุญมี' ที่สลักไว้ข้างเรือ ก็เหมือนคำอวยพรจากบ้านที่คอยปกป้องคุ้มครองเราเสมอ

อนาคตก็เหมือนผืนน้ำตรงหน้านั่นแหละครับ... คาดเดาไม่ได้เลย วันนี้อาจจะราบเรียบ พรุ่งนี้อาจจะเกรี้ยวกราด เราบังคับธรรมชาติไม่ได้ สิ่งเดียวที่เราทำได้คือเตรียม 'ตัวเรือ' หรือก็คือจิตใจของเราให้มั่นคงที่สุด

และไม่ว่าบททดสอบก่อนหน้านี้จะหนักหนาแค่ไหน... คุณเห็นแสงตะวันที่กำลังส่องลอดม่านเมฆนั่นไหมครับ?

มันคือบทสรุปที่ธรรมชาติคอยบอกเราเสมอว่า ความมืดมิดและเมฆครึ้มเป็นเพียงฉากชั่วคราว ท้ายที่สุด แสงสว่างของวันใหม่ก็จะหาทางสาดส่องลงมาได้เสมอ

ชีวิตก็เหมือนเรือลำนี้แหละครับ... มีวันที่ต้องออกทะเลสู้คลื่นลม และมีวันที่ต้องทิ้งสมอจอดพัก

วันนี้... ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยล้า ลองอนุญาตให้ตัวเองเป็นเรือที่ได้พักพิงบนหาดทรายดูบ้างนะครับ แล้วพรุ่งนี้... เมื่อแสงอาทิตย์มาเยือน เราค่อยออกเดินทางกันใหม่"

4 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความกดดัน หลายครั้งที่เรารู้สึกเหมือนต้องฝ่าฟันกับเกลียวคลื่นที่ไม่รู้จบ เช่นเดียวกับเรือประมงที่ต้องเผชิญลมแรงและทะเลกว้างใหญ่ ผมเองก็เคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกหนักหน่วงและท้อแท้กับสถานการณ์ที่อยู่รอบตัว หลายครั้งที่ผมลองนึกภาพตัวเองเหมือนเรือลำนั้น ที่ไม่ได้ออกทะเลสู้ลมตลอดเวลา แต่ต้องมีวันที่หยุดนิ่ง เพื่อซ่อมแซมตัวเองและเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางครั้งต่อไป การให้เวลากับตัวเองได้พักผ่อน ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่มันคือการเติมพลังและเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง ผมเคยลองหยุดนิ่งและนั่งทบทวนสิ่งต่างๆ รอบตัว เพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นความรักจากครอบครัวหรือเพื่อนฝูง ที่เหมือนเชือกเส้นหนึ่งที่ผูกหัวเรือคอยช่วยยึดเหนี่ยวไม่ให้เราถูกพัดไปตามกระแสลม ด้วยการยอมรับและให้โอกาสตัวเองพักบ้าง ผมพบว่าแรงกดดันที่ดูเหมือนจะหนักหนาสาหัสนั้นค่อยๆ คลายลง นอกจากนี้ การเปรียบเทียบชีวิตกับธรรมชาติอย่างทะเล ยังช่วยให้ผมเข้าใจว่า อนาคตนั้นไม่อาจคาดเดาได้เหมือนผืนน้ำหน้าหาดที่วันนี้สงบ พรุ่งนี้อาจเป็นพายุ แต่อย่างไรก็ตามแสงอาทิตย์ก็ยังส่องลอดเมฆหมอกมาเสมอ สิ่งนี้สอนให้ผมมีความหวังและพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในชีวิตได้ดีขึ้น ดังนั้น หากคุณกำลังรู้สึกว่าชีวิตหนักเกินไป ลองเปิดใจและให้โอกาสตัวเองเป็นเหมือนเรือที่ได้พักหลบนิ่งบนหาดทราย มองย้อนกลับไปว่ามีอะไรที่ยังเหมือนเดิมคอยยึดเหนี่ยวและช่วยประคับประคองเราไว้ เติมเต็มพลังใจพร้อมลุยไปข้างหน้าในวันใหม่ที่สดใสกว่าเดิม