30 ตุลา กับคำโปรยในเว็บไซต์ของ Affinity

//คาดเดา//

จากคำโปรยจากทางเว็บไซต์หลัก ที่ระงับการขายไปแล้ว และการแจกฟรีของเวอร์ชั่นไอแพด

ซอฟต์แวร์เซ็ต "Affinity" อาจจะกลายเป็น Open-Source ก็ได้นะครับ

หลังจากการเข้าซื้อกิจการของ Serif labs จากทาง Canva ที่เป็นซอฟต์แวร์สุดมหัศจรรย์ เมื่อดูจากแนวทางของ Canva (ที่ไม่ใช่บริษัทอเมริกัน)แล้ว Affinity อาจจะเอามาให้ใช้ฟรี แล้วเก็บค่าบริการพรีเมี่ยมเอาก็เป็นได้เช่นกันครับ

แต่ผมรู้สึกว่ามันอาจจะกลายเป็น Open-Source เลยสะมากกว่า เพราะตอนนี้เท่าที่ผมสำรวจดูยังไม่มีซอฟต์แวร์ Open-Source ตัวไหนที่ความสามารถเทียบเคียง กับ Adobe suits ได้เลย และเมื่อเป็น Open-Source ก็จะมีการร่วมด้วยจากคอมมูนิตี้ จนอาจจะทำให้เกิดซอฟต์แวร์ฟรีที่ทรงพลังมากๆ อย่าง Blender ออกมาก็ได้นะครับ

ดูอย่างซอฟแวร์ Open-Source อย่าง Kicad, Blender เนี่ยมีอัพเดต มีเวอร์ชั่นใหม่ออกมาเร็วยิ่งกว่า รองรับทุกแพลตฟอร์ม Windows, Mac,Linux ทั้ง X86 และ Arm ซอฟต์แวร์เสียตังหลายๆตัวกว่าจะมีทุกแพลตฟอร์มนี่ก็หลายปีอยู่นะ

แต่ยังไงถ้ามันกลายเป็น Open-Source หรือ Freemium ผมว่า Adobe ก็นั่งไม่ติดอยู่ดีอะ

เพราะราคาของ Adobe ที่ผมว่ามันสำหรับพวกงานอุตสาหกรรมเลย แต่ตัว Affinity ก็น่าจะตีตลาดระดับ.... ผมว่าได้ทุกระดับนะ คือทั้งสามโปรแกรม มันเจ๋งและแข็งแกร่งมากพอ เครื่องมือและความสามารถที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปถึงงานคอมเมอเชี่ยลได้อยู่แล้ว และถ้ายิ่ง intergrade กับ Canva ได้ล่ะก็ 🤯🤯🤯🤯🤯

การแข่งขันในตลาดมันส์แน่ๆ Adobe ระเบิดอะ 🤣🤣🤣 //แซวนะ

2025/10/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในแวดวงซอฟต์แวร์กราฟิกและออกแบบที่มีการแข่งขันสูง การเปลี่ยนแปลงของ Affinity หลังจากการเข้าซื้อกิจการของ Serif Labs โดย Canva ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าจับตามองอย่างมาก จากคำโปรยหน้าเว็บไซต์ Affinity ที่ประกาศถึง "True creative freedom" ในวันที่ 30 ตุลาคม พร้อมลุ้นการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ หรือแม้กระทั่งโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เช่นการเปลี่ยนมาเป็น Open-Source หรือ Freemium ที่ให้ใช้งานฟรีแต่ยังมีฟีเจอร์พรีเมี่ยมให้เลือกซื้อ ทำให้เกิดการคาดเดาอย่างกว้างขวางในวงการ Open-Source ในปัจจุบันอย่าง Blender หรือ KiCad ได้พิสูจน์แล้วว่าโมเดลนี้สามารถเสริมสร้างชุมชนผู้พัฒนาและผู้ใช้งานได้อย่างแข็งแกร่ง ไม่เพียงแต่พัฒนาซอฟต์แวร์ให้มีประสิทธิภาพสูง แต่ยังสร้างนวัตกรรมบนแพลตฟอร์มที่หลากหลายทั้ง Windows, Mac, Linux และบนสถาปัตยกรรม X86 และ Arm ได้อย่างรวดเร็วกว่าโปรแกรมเชิงพาณิชย์หลายตัว กรณีของ Affinity ถ้าเปิดเป็น Open-Source ก็จะเป็นก้าวใหญ่ที่จะท้าทายส่วนแบ่งตลาดของ Adobe ซึ่งราคาสูงและเน้นกลุ่มผู้ใช้ระดับมืออาชีพและอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม ขณะเดียวกัน Affinity เองก็มอบเครื่องมือที่แข็งแรงพอสำหรับทั้งการใช้งานทั่วไปและงานเชิงพาณิชย์ จึงสร้างโอกาสเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ทุกระดับ อีกหนึ่งประเด็นที่น่าตื่นเต้นคือการร่วมมือหรือการรวมระบบกับ Canva ซึ่งเป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์มออกแบบออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว การเชื่อมโยงซอฟต์แวร์กราฟิก Affinity กับ Canva จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับประสบการณ์ใช้งานให้กับนักออกแบบและผู้ใช้ทั่วไปอย่างมหาศาล ดังนั้นไม่ใช่แค่ผู้ใช้ทั่วไปที่จะได้ประโยชน์ แต่ด้วยการเปิดตัว Affinity ในรูปแบบใหม่ อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ออกแบบอาจเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และทำให้การแข่งขันในตลาดซอฟต์แวร์กราฟิกร้อนแรงมากขึ้น ทั้งกับ Adobe และตัวเลือก Open-Source ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด คงต้องจับตาดูรายละเอียดและประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 ตุลาคมนี้อย่างไม่พลาด เพื่อตัดสินใจเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมกับความต้องการในอนาคตของตนเอง