Automatically translated.View original post

It was a very intended savings of '68.

Savings start September-December 68

It's some savings, not some savings in the early days.

After that, saving every day on purpose, which is more than expected.

Next year will make a new saving challenge for yourself.

We try saving in a savings book, which is divided into 50, 100, 500 and 1000 banks of 100 cards each.

The first savings book collected and very proud is the Thousand Bank.

Not competing with anyone, competing with my heart, feeling that it works a lot.

# Savings before using laterGet a lot isn't as important as knowing savings. Little savings, a lot of savings, no word for injury. Only get with.

# Is sharing the savings experience of those who do not collect money

1/2 Edited to

... Read moreช่วงที่เราเริ่มออมจริงจัง สิ่งที่ช่วยที่สุดไม่ใช่ “หาเงินเพิ่ม” แต่คือการตัดสินใจใช้เงินให้เป็น โดยเฉพาะการแยก Need vs Want เพราะพอแยกออก เราจะรู้เลยว่าเงินส่วนไหนควรเก็บ และส่วนไหนค่อยให้รางวัลตัวเอง วิธีที่เราทำง่ายมาก: ก่อนซื้อของทุกครั้ง เราจะถามตัวเอง 3 ข้อ 1) ถ้าไม่ซื้อวันนี้ ชีวิต/งานพังไหม? 2) ของนี้ช่วยให้ทำงานหรือใช้ชีวิตจำเป็นได้ดีขึ้นจริงไหม? 3) ซื้อแล้วต้องไปตัดเงินค่าอะไรที่จำเป็นกว่าไหม (เช่น ค่าเช่า/ค่าน้ำไฟ/หนี้) พอโยงกับตัวอย่างที่คนชอบถามกันเรื่อง “ข้อใดเป็นการซื้อโดยพิจารณาความจำเป็น (need) เป็นหลัก” เรามองแบบนี้ค่ะ - เอาเงินเก็บไปซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ทำงาน: ถ้าจำเป็นต่อการทำงานและสร้างรายได้ อันนี้เข้าข่าย Need มากๆ (เป็นการลงทุนให้ทำงานได้) - เอาเงินจากพาร์ทไทม์ไปซื้อลิปสติกสีใหม่เพื่อสะสม: โดยทั่วไปคือ Want เพราะไม่ได้กระทบการใช้ชีวิตจำเป็น แต่ก็ไม่ผิดนะ แค่ควร “ตั้งงบความสุข” ให้ชัด - แบ่งเงินเดือนส่วนหนึ่งไปผ่อนบ้านทุกเดือน: อันนี้คือ Need/ภาระจำเป็น เพราะเป็นค่าใช้จ่ายผูกพันที่มีผลต่อความมั่นคง ทริคของเราคือให้ “Need มาก่อน แล้วค่อย Want” ซึ่งสอดคล้องกับแนว #ออมก่อนใช้ทีหลัง เลย พอได้เงินมา เราจะแยกออมทันทีลงสมุดออม แยกตามแบงค์ 50, 100, 500 และ 1000 แบบเล่มละ 100 ใบ เวลาได้แบงค์ไหนมาก็เสียบเก็บเลย มันเหมือนเกมเล็กๆ ทำให้สนุกและหยุดมือจากการซื้อจุกจิกได้ดีมาก อีกอย่างที่ช่วยคือทำกติกาให้ตัวเอง: ถ้าวันไหนเผลอซื้อของที่เป็น Want เกินงบ ให้ “ชดเชย” ด้วยการออมเพิ่ม 1 ช่องในสมุดออมวันถัดไป (เช่น เพิ่มแบงค์ 50 หรือ 100) ทำให้เรารู้สึกคุมเกมได้ ไม่หลุดยาว สุดท้าย เราว่าการออมไม่ต้องเริ่มใหญ่ แค่เริ่มสม่ำเสมอ พอเห็นธนบัตร 50/100/500/1000 ค่อยๆ เต็มเล่ม มันภูมิใจมาก และช่วยย้ำกับตัวเองว่าเราแข่งกับใจตัวเองจริงๆ