Automatically translated.View original post

🤿 "Floating Still" Techniques That Every Diver Must Know! (No Need To Buy More Equipment)

🤿 "Floating Still" Techniques Every Diver Must Know! (No More Equipment Required)

Who dives and sinks, floats, kicks his legs all the time until tired. Let's see how to solve it! The key is "breath control."

📝 Step-by-Step:

1️⃣ Relax: Don't tense. Relax the body.

2️⃣ Breathe In (Breathe In): The lungs will inflate, causing us to rise slowly.

3️⃣ Breathe Out (Exhale): The lungs flatter, causing us to sink slowly.

💡 Why practice?

- Save a lot of air consumption.

- Make us observers, see little ones like Mantishrimp or Flatfish clearly.

- Not to destroy the coral.

Try to practice in the pool before going to the sea. I assure you that Dive will have a lot more fun! 🌊

# ScubaDivingTips # DivingHacks # LearnToDive # UnderwaterWorld # DiveThru

3/2 Edited to

... Read moreหลายคนค้นหา “ลอยตัวในน้ำ” แล้วเจอแต่คำแนะนำกว้างๆ แต่พอทำจริงยังแกว่งขึ้นลงอยู่ เลยอยากเติมทริคที่ผมใช้ฝึกให้จับจังหวะได้เร็วขึ้น (ใช้ได้ทั้งในสระและทะเล) โดยยังยึดหลักเดิมคือ “ปอดเราเป็น BCD ธรรมชาติ” และคุมด้วยการหายใจเป็นหลัก 1) ตั้งค่าเริ่มต้นให้ถูกก่อนค่อยฝึกหายใจ ต่อให้เทคนิคดีแค่ไหน ถ้าน้ำหนัก/BCD ไม่บาลานซ์ก็ลอยตลอดหรือจมตลอดได้ง่ายๆ วิธีเช็กแบบง่าย: ลอยตัวนิ่งที่ผิวน้ำ หายใจปกติแล้วควรลอยระดับ “ตาอยู่พอดีผิวน้ำ” พอหายใจออกยาวๆ ค่อยๆจมลงได้ แบบนี้มักจะใกล้เคียงพอดีสำหรับลงไปฝึกต่อ (ถ้าจมเลยตั้งแต่ยังไม่หายใจออก แปลว่าถ่วงหนักไป) 2) เลือกระดับความลึกที่ฝึกให้คุมง่าย ถ้าฝึกที่ตื้นมาก (เช่น 1–2 เมตร) จะรู้สึกว่าตัวขึ้นลงไวเพราะแรงลอยตัวเปลี่ยนเร็วตามความลึก แนะนำเริ่มฝึกที่ประมาณ 3–5 เมตรในสระ/น้ำตื้น จะรู้สึก “นิ่ง” และคุมจังหวะหายใจได้ง่ายกว่า 3) โฟกัส “หยุดเตะ” ก่อน ไม่งั้นอ่านอาการตัวเองไม่ออก เวลาฝึก Neutral Buoyancy ให้กอดอกหรือจับสายรัดหน้าอกเบาๆ แล้ววางท่าทางเป็นแนวนอน (trim) จากนั้นตั้งใจหยุดตีขาสั้นๆ 10–15 วินาทีเพื่อดูว่าเราจม/ลอยจริงๆ หรือแค่ถูกแรงขาตีกวน ถ้ากลัวไหลไปชนอะไร ให้ฝึกใกล้พื้นทรายโล่งๆ หรือใช้เส้นเชือก/ขอบสระเป็นจุดอ้างอิง 4) เทคนิค “หายใจช้าและยาว” + หยุดค้างสั้นๆ หลายคนพลาดเพราะหายใจถี่ พอถี่จะคุมละเอียดไม่ได้ ลองนับในใจ: หายใจเข้า 3–4 วินาที หายใจออก 4–6 วินาที แล้ว “ค้าง” 1 วินาทีในแต่ละจังหวะ (ค้างสั้นๆ ไม่กลั้นยาว) จะช่วยให้ร่างกายจับจังหวะว่าตอนไหนควรเริ่มปรับ 5) ใช้กติกา 1 อย่างตอนตัวเริ่มลอย/เริ่มจม - ถ้าเริ่มลอยขึ้น: อย่ารีบเตะลง ให้ “หายใจออกยาวขึ้น” และผ่อนคลายไหล่/หน้าอกก่อน - ถ้าเริ่มจมลง: ให้ “หายใจเข้าเต็มขึ้นอีกนิด” ก่อนค่อยคิดเรื่องเติมลม BCD ผมจะให้เวลากับการหายใจ 1–2 รอบก่อน ถ้ายังไม่กลับมานิ่งค่อยปรับ BCD ทีละนิด (เติม/ปล่อยแบบเล็กมากๆ) 6) แบบฝึกหัด 2 นาทีที่เวิร์กมาก (ในสระ) ตั้งตัวให้นิ่ง แล้วทำสลับ: เข้า-ออก-เข้า-ออก โดยพยายามให้หัวอยู่ระดับเดิมเท่าที่ทำได้ ถ้าขึ้นเกิน 0.5 เมตรให้ปรับด้วยการหายใจออกยาวขึ้น ถ้าลงเกิน 0.5 เมตรให้หายใจเข้าเต็มขึ้น เป้าหมายไม่ใช่ “นิ่งเป๊ะ” แต่คือ “แก้ด้วยลมหายใจได้” พอคุมลอยตัวในน้ำได้จริง จะรู้สึกเลยว่าดำน้ำสบายขึ้น เหนื่อยน้อยลง ใช้อากาศน้อยลง และมีเวลานิ่งๆดูโลกใต้น้ำ/ถ่ายรูปแบบไม่ลอยหนี ที่สำคัญคือโอกาสไปโดนปะการังก็น้อยลงด้วยครับ