One day ฉบับนศพ.ชั้น preclinic🩺
ปล.เราไม่ได้ว่างแบบนี้ทุกวันนะ555 แล้วก็ส่วนใหญ่วันที่ไม่มีแลปมีแค่เลคเชอร์ เราก็ไปหาอะไรทำแล้วเน้นกลับมาเก็บเทปเรียนย้อนหลังเอา อันนี้แล้วแต่styleการเรียนของแต่ละคนเลย ส่วนตัวชอบเรียนย้อนหลังเพราะโฟกัสและเข้าใจกว่า เรามองว่าชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเน้นให้อิสระเรามาบริหารเวลาชีวิตด้วยตัวเอง ฝึกให้เรามีความรับผิดชอบกับตัวเองมากขึ้น ตั้งใจเรียนแล้วเราก็เลยอยากตั้งใ จใช้ชีวิตด้วย✌🏻
ประสบการณ์ของนิสิตแพทย์ในชั้น Preclinic นั้นเต็มไปด้วยการจัดการเวลาที่ท้าทายมาก เพราะนอกจากต้องเข้าฟังเลคเชอร์และทำแลปแล้ว ยังต้องแบ่งเวลาไปทำกิจกรรมเสริมอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มพูนทักษะและความรู้ด้วย ในแต่ละวัน ที่พบคือวันไหนไม่มีแลป เพียงแค่มีเลคเชอร์ บางครั้งเราก็เลือกที่จะไปทำกิจกรรมอื่นๆ ก่อน แต่จะเก็บเทปกลับมาเรียนย้อนหลังในเวลาที่เหมาะสมซึ่งช่วยให้เราโฟกัสและเข้าใจเนื้อหาได้ดีกว่าการนั่งเรียนสดโดยที่ใจไม่พร้อม นี่คือสไตล์การเรียนที่ใช้ได้จริงและแนะนำให้ปรับตามความถนัดของแต่ละคน การบริหารเวลาสอนให้เราได้เรียนรู้ความรับผิดชอบต่อตัวเอง เพราะชีวิตนิสิตแพทย์นั้นไม่มีใครมาเตือนว่าควรเรียนหรือทำอะไรเวลาไหน การรู้จักจัดสรรเวลา ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ เช่นการออกกำลังกายเบาๆ อย่างวิ่งคาร์ดิโอในรั้วมหาวิทยาลัย การเติมโปรตีนหลังออกกำลังกาย หรือแม้แต่การใช้เวลาผูกมิตรและพักผ่อนอย่างเหมาะสม ก็มีผลดีต่อสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ อีกจุดที่หลายคนอาจไม่คำนึงถึงคือการเรียนรู้ผ่านกรณีศึกษา (case study) ที่พบในคลาส เช่นผู้ป่วยที่มีภูมิหลังโรคประจำตัวต่างๆ การทำความเข้าใจเคสเหล่านี้ช่วยฝึกทักษะการวิเคราะห์และคิดแยกแยะโรคที่เหมือนจะธรรมดาแต่มีความซับซ้อนเบื้องหลัง นับว่าเป็นการเตรียมตัวที่ดีสำหรับการเจอผู้ป่วยจริงในอนาคต สรุปแล้วการเป็นนิสิตแพทย์ในชั้น Preclinic คือการฝึกฝนทั้งความรู้ทางการแพทย์และความรับผิดชอบส่วนตัว ที่จะช่วยให้เติบโตและพร้อมสำหรับการเป็นแพทย์ที่ดีในอนาคต




