ก่อนจะปรุงจืดก็เคยปรุงเค็มมาก่อน😂
คำว่า “แต่งหน้าปรุงจืด” ที่เห็นกันในโซเชียล จริงๆ คือการแต่งหน้าโทนเบาๆ ละมุนๆ เน้นความเป็นธรรมชาติ เหมือน “ลดเครื่องปรุง” จากลุคเค็มๆ (ตาคม คอนทัวร์แน่น ปากสีชัด) ให้เหลือความพอดีที่ทำให้หน้าดูสะอาด สบายตา แต่ยังดูมีอะไร ไม่ได้หน้าสดนะ ส่วน “ปรุงจืด มีม” ที่คนชอบแชร์กัน มักจะเล่นกับประโยคแนวให้กำลังใจประมาณว่า อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองไม่สวย ลองปรุงจืดดูก่อน… คือไม่ได้บอกให้เลิกแต่งหน้า แต่ชวนให้ลองปรับสไตล์ให้เข้ากับโครงหน้า/ผิว/บรรยากาศ แล้วเราจะเห็นตัวเองในมุมที่ละมุนขึ้น ถ้าอยากลองแต่งหน้าปรุงจืดแบบทำตามง่ายๆ (ฉบับคนที่เคย “ปรุงเค็มมาก่อน”) 1) งานผิว: เปลี่ยนจากแมตต์หนาเป็นงานผิวบางๆ เลือกรองพื้น/สกินทินต์บางเบา หรือคุชชั่นปริมาณน้อย เน้นลงเฉพาะจุดที่ต้องปกปิด แล้วค่อยคอนซีลเลอร์แต้มรอยแดงใต้ตาเล็กน้อย ผิวจะดูเป็นผิวมากกว่า 2) คิ้ว: ใช้ดินสอสีอ่อนกว่าผมเล็กน้อย เขียนทรงฟุ้งๆ ไม่ต้องตัดกรอบคม แล้วปัดมาสคาร่าคิ้วให้ขนเรียงตัว จะได้ฟีลธรรมชาติ 3) ตา: เลือกอายแชโดว์โทนนู้ด/น้ำตาลอ่อน/พีช ลงบางๆ พอมีมิติ กรีดไลเนอร์เส้นเล็กชิดโคนขนตา หรือใช้อายไลน์เนอร์สีน้ำตาลแทนดำ ลดความดุของตา แล้วปัดมาสคาร่าแบบแยกเส้น 4) แก้ม: บลัชโทนพีช ชมพูระเรื่อ หรือกุหลาบตุ่น ปัดเบาๆ บริเวณหน้าแก้มให้ดูสุขภาพดี (เทคนิคคือค่อยๆ เติม อย่าปัดทีเดียวหนัก) 5) ปาก: ใช้ลิปบาล์มมีสี ลิปทินต์ระเรื่อ หรือทาลิปแล้วใช้ทิชชู่ซับให้สีซอฟต์ลง จะเข้ากับสไตล์ปรุงจืดมาก ทริคสำคัญที่ช่วยให้ “จืดแต่ไม่จาง” คือเพิ่มความเงานิดๆ เช่นไฮไลต์แบบละเอียดที่สันจมูก โหนกแก้ม และหัวตาเล็กน้อย หน้าจะดูมีชีวิต ไม่ดูโทรม ถ้าลองแล้วรู้สึกหน้าดรอป ให้เช็ก 3 อย่างนี้: (1) สีรองพื้นสว่าง/หม่นเกินไป (2) คิ้วอ่อนจนหน้าจืด ให้เพิ่มมิติด้วยสีน้ำตาลกลาง (3) แก้ม/ปากไม่มีสีเลย ให้เติมโทนระเรื่อที่เข้าผิว สุดท้าย อย่าเพิ่งตัดสินว่าตัวเองไม่สวยนะ ลองปรุงจืดให้ “ถูกส่วน” ก่อน บางทีแค่ลดความเข้มบางจุด แล้วเน้นผิวกับความฟุ้งๆ เราอาจเจอลุคที่เข้ากับตัวเองที่สุดก็ได้ค่ะ
























