“วิโรจน์” ย้ำ ถ้า รมว.ยุติธรรม คนใหม่โยงเครือข่ายปราสาทสายฟ้า กลิ่นเน่าโชยกลาง ครม.

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ กังวลข่าวเสนอชื่อ พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดเครือข่ายปราสาทสายฟ้าในบุรีรัมย์ ขณะที่กระทรวงยุติธรรมกำลังสอบสวนคดี “ฮั้ว ส.ว.” ซึ่งเกี่ยวพันกับพื้นที่นี้ นายวิโรจน์ระบุ หากแต่งตั้งจริง “กลิ่นเน่าโชยออกมากลาง ครม.” แน่นอน และหวังว่านี่จะเป็นเพียงข่าวลือไม่ใช่ความจริง

#ข่าวTikTok #พรรคประชาชน #คณะรัฐมนตรี #เขากระโดง #ฮั้วสว

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในบริบทการเมืองไทย การโยงใยความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสำคัญกับเครือข่ายท้องถิ่น เช่น เครือข่ายปราสาทสายฟ้าในบุรีรัมย์ มักก่อให้เกิดข้อสงสัยเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์และความโปร่งใส วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความกังวลกรณีเสนอชื่อ พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งหากเป็นจริง อาจส่งผลต่อการสอบสวนคดีฮั้ว ส.ว. ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าว ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นความสำคัญของการตรวจสอบและความโปร่งใสในการแต่งตั้งผู้บริหารของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระทรวงที่มีหน้าที่กำกับดูแลด้านกฎหมายและความยุติธรรม เพราะหากเกิดความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเครือข่ายที่มีข้อครหาทุจริตหรือผลประโยชน์ทับซ้อน ก็สามารถทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือแม้กระทั่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาล นอกจากนี้ "กลิ่นเน่าโชยกลาง ครม." ที่วิโรจน์กล่าวถึง ยังเป็นการเตือนเบาะแสถึงความไม่สบายใจในสังคมเกี่ยวกับการเมืองที่อาจเกิดขึ้น หากมีการโยงใยกับเครือข่ายที่มีประวัติในทางลบ โดยเฉพาะเมื่อหลายฝ่ายจับตาสถานการณ์ของคดีฮั้ว ส.ว. ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ การได้รัฐมนตรีที่มีความสัมพันธ์หรือใกล้ชิดกับกลุ่มดังกล่าว อาจส่งผลให้การทำงานของกระทรวงยุติธรรมถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลาง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและป้องกันผลกระทบด้านลบ รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องควรเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสในกระบวนการแต่งตั้งบุคคลสำคัญ พร้อมทั้งรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน การตรวจสอบที่ชัดเจนและขั้นตอนการคัดเลือกที่โปร่งใสจะช่วยลดความสงสัยและเพิ่มความน่าเชื่อถือในสายตาของประชาชนต่อรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรม สุดท้าย ความขัดแย้งระหว่างการเมืองและความยุติธรรมเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานของหน่วยงานที่ดูแลคดีสำคัญและรักษากฎหมาย โดยประชาชนและผู้ติดตามข่าวสารจึงควรมีความเข้าใจในบริบทนี้เพื่อวิเคราะห์และติดตามเหตุการณ์ต่อไปอย่างมีวิจารณญาณ