“แม่ทัพกุ้ง” ผุดไอเดียสร้างอนุสาวรีย์ภูมะเขือ ย้ำปราสาทตาควายเป็นของไทย ต้องทวงคืนให้ได้
พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่โรงเรียนกันทรลักษ์วิทยา จ.ศรีสะเกษ บรรยายพิเศษให้ครูและนักเรียน พร้อมกล่าวสดุดีวีรกรรมทหาร 15 นายที่สละชีพจากเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา แม่ทัพกุ้งยืนยันชัด ปราสาทตาควายคือของไทย จะทำทุกวิถีทางเพื่อทวงคืน ไม่ยอมเสียแม้ตารางนิ้วเดียว ย้ำแผ่นดินนี้แลกได้ด้วยชีวิต เจ้าตัวยังเล่าถึงแผนสร้าง “อนุสาวรีย์แห่งเกียรติยศ” ที่ภูมะเขือ เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่รำลึกถึงทหารไทย พร้อมเชิญชวนประชาชนไปร่วมกิจกรรมวิ่งมาราธอนหน้าหนาวนี้ ส่วนสถานการณ์ชายแดนยังมีการตรึงกำลัง กัมพูชามีการเสริมทหารอ้างเป็นการสับเปลี่ยน จึงยังไม่ปลอดภัยต่อการเปิดด่าน ซึ่งเป็นอำนาจรัฐบาล ทหารมีหน้าที่แค่เสนอข้อมูลและมุมมอง
#ข่าวtiktok #กองทัพภาคที่2 #แม่ทัพภาคที่2 #ชายแดนไทยกัมพูชา #กระทรวงกลาโหม
ปราสาทตาควายซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สืบเนื่องมากว่า 1,000 ปี โดยเป็นโบราณสถานที่สะท้อนความสัมพันธ์ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการรักษาและทวงคืนพื้นที่นี้ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชาวไทย เนื่องจากปราสาทนี้แสดงถึงศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของชาติ ในปัจจุบัน การบริหารจัดการชายแดนยังคงมีความตึงเครียด โดยกองทัพภาคที่ 2 ยังคงรักษากำลังไว้อย่างเข้มงวด เนื่องจากมีการเสริมกำลังทหารจากฝั่งกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะอ้างเหตุผลเรื่องสับเปลี่ยนกำลัง แต่สถานการณ์ยังคงไม่เอื้อต่อการเปิดด่านชายแดนเพื่อการค้าขายหรือการสัญจรอย่างเสรี อนุสาวรีย์ภูมะเขือที่แม่ทัพกุ้งได้แนะนำจัดสร้างขึ้นมา ไม่เพียงแต่จะเป็นสัญลักษณ์ของเกียรติยศและความกล้าหาญของทหารไทยที่เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดินชาติเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สามารถส่งเสริมการเรียนรู้และความรักในชาติของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเยาวชนที่จะมาเรียนรู้เรื่องราววีรกรรมผ่านทางนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ นอกจากนี้ กิจกรรมวิ่งมาราธอนในช่วงหน้าหนาวที่ได้รับการเชิญชวนให้เข้าร่วม ก็เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตัวให้กับชุมชนและนักท่องเที่ยว พร้อมเป็นการกระตุ้นให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาชายแดนและการให้เกียรติแก่ผู้ที่เสียสละเพื่อปกป้องประเทศ ดังนั้น การทวงคืนปราสาทตาควายและการสร้างอนุสาวรีย์ภูมะเขือจึงไม่ใช่เพียงเรื่องทางการทหารหรือการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นการฟื้นฟูและรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของไทยไว้ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้และภาคภูมิใจอย่างแท้จริง


































































