ฮุน เซน ปัดข่าวจ่ออายัดทรัพย์ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ยันไม่เคยมีทรัพย์สินในกัมพูชา
วันที่ 15 กันยายน 2568 สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก หลังมีกระแสข่าวว่าเตรียมอายัดทรัพย์สินของนายทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยืนยันทั้งสองไม่มีทรัพย์สินหรือรายได้ใดๆ ในกัมพูชา พร้อมเผยเวลามาเยือนก็มักใช้รถยนต์ของตนเดินทาง แสดงชัดว่าไม่มีทรัพย์สินส่วนตัวในประเทศ ขอย้ำไม่เคยหารือธุรกิจ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตนหรือครอบครัว และเรียกร้องให้หยุดสร้างข่าวเท็จเพราะกระทบศักดิ์ศรีของกัมพูชา ส่วนถ้ามีต้นเรื่องจากไทยก็ให้เป็นหน้าที่ของทางการไทยดำเนินการต่อไป
#ข่าวtiktok #ฮุนเซน #อดีตนายกรัฐมนตรี #ทักษิณชินวัตร #อายัดทรัพย์สิน
เมื่อพูดถึงประเด็นการอายัดทรัพย์สินของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยในกัมพูชา มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจบริบททางการเมืองและกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ สมเด็จฮุน เซน ได้แสดงความชัดเจนว่าไม่มีการถือครองทรัพย์สินส่วนตัวใด ๆ ของนายทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นการปฏิเสธข่าวลืออย่างชัดเจน การใช้รถยนต์ของฮุน เซน ในการเดินทางของทั้งสองท่านเมื่อมาเยือนประเทศ ถือเป็นหลักฐานยืนยันว่าไม่มีการซื้อขาย หรือมีการลงทุนส่วนตัวในกัมพูชา นอกจากนี้ การอายัดทรัพย์สินในต่างประเทศเป็นเรื่องซับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงของสองประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยทั่วไปแล้วต้องมีการร้องขอจากประเทศเจ้าของคดีเพื่อให้ประเทศเป้าหมายช่วยอายัดหรือยึดทรัพย์สิน ในกรณีนี้ ฮุน เซน ได้แนะนำให้ถ้าต้นเรื่องมาจากประเทศไทย ทางการไทยควรเป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนถึงการเคารพกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศ ประเด็นข่าวเท็จหรือข้อมูลที่ไม่มีมูลฐานส่งผลกระทบต่อศักดิ์ศรีและความน่าเชื่อถือของประเทศกัมพูชา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สังคมควรระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูล และควรมองหาข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด ในส่วนของผู้ติดตามข่าวสาร ควรรับรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันกับประเด็นการเมืองและกฎหมายซึ่งต้องใช้เวลาพิสูจน์ข้อเท็จจริง และต้องติดตามประกาศหรือคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อความถูกต้อง ท้ายที่สุด การเข้าใจในรายละเอียดดังกล่าวช่วยให้สาธารณชนสามารถวิเคราะห์ข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณและตัดสินใจรับข้อมูลข่าวสารได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารข่าวสารในยุคปัจจุบันที่มีข้อมูลจำนวนมากและหลากหลาย













