กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม 70% “ภาคกลาง-ตะวันออก-ใต้-กทม.” เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ว่า 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือ ฝน 40% ภรคอีสาน ฝน 60% ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองถึง 70% ของพื้นที่ หลายจังหวัดเจอฝนตกหนัก โดยมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำที่เวียดนามตอนล่าง ขณะเดียวกันมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังพัดปกค ลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ทำให้ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บางแห่งเกิน 2 เมตร กรมอุตุฯ เตือนประชาชนเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ส่วนชาวเรือควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่มีฝนฟ้าคะนอง
#ข่าวtiktok #กรมอุตุนิยมวิทยา #พยากรณ์อากาศ #สภาพอากาศ #ข่าวเตือนภัย
จากข้อมูลพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 มีการเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล เฝ้าระวังฝนตกหนักถึง 70% ซึ่งถือเป็นปริมาณฝนที่ค่อนข้างมากและอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ปรากฏการณ์นี้มีสาเหตุหลักมาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านหลายภาคของประเทศ และหย่อมความกดอากาศต่ำที่เวียดนามตอนล่าง รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ส่งผลให้ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตรและบางแห่งคลื่นเกิน 2 เมตร สิ่งที่ประชาชนควรตระหนักและปฏิบัติตัวในช่วงนี้ ได้แก่ การเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะน้ำท่วมฉับพลัน เช่น การติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการอพยพหรือป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม การหลีกเลี่ยงการใช้ถนนใกล้แม่น้ำลำคลองที่มักจะมีน้ำท่วมสูง นอกจากนี้สำหรับชาวเรือควรงดออกเรือในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนองเพื่อลดความเสี่ยงจากคลื่นลมแรงและอันตรายต่างๆ สภาพทะเลที่มีคลื่นสูงขึ้นนั้นอาจสร้างความไม่ปลอดภัยต่อการเดินเรือและกิจกรรมทางน้ำอื่นๆ นอกจากนี้ยังควรระมัดระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ที่มีประวัติการณ์น้ำท่วมบ่อยครั้ง แม้แต่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลก็มีความเสี่ยงสูงต่ออุทกภัยในช่วงฝนตกหนัก ขอแนะนำให้ประเมินและตรวจสอบระบบระบายน้ำบริเวณบ้านพักอาศัย รวมถึงเตรียมวัสดุป้องกันน้ำ และช่วยกันรักษาความสะอาดบริเวณรอบบ้านไม่ให้ท่อระบายน้ำหรือร่องน้ำอุดตัน เพราะอาจเป็นสาเหตุทำให้น้ำท่วมขังเพิ่มขึ้น สุดท้ายนี้ การเตรียมตัวร่วมกับการรับมือสถานการณ์อย่างมีสติและข้อมูลที่ถูกต้องจากหน่วยงานรัฐจะช่วยลดความเสียหายและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมาก การตรวจสอบและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมอุตุนิยมวิทยาจะช่วยให้ประชาชนอยู่ในความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในช่วงที่ฝนตกหนักเช่นนี้










































