ชาวศรีสะเกษบางส่วนยังไม่มั่นใจ “อนุทิน” อยากยุบสภามากกว่า
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ พบประชาชนบางคนยังติดใจปมที่ดินเขากระโดงและฮั้วเลือก ส.ว. นายยอดยิ่ง อายุ 38 ปี บอกไม่คาดหวังว่านายอนุทินจะทำอะไรได้ในเวลา 4 เดือน อยากให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ขณะที่ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชายังไม่เชื่อว่าจะคลี่คลายได้ ด้านนางอุไร อายุ 53 ปี แม้ไม่ชอบสมัยหาเสียง แต่เมื่อผลโหวตออกมาก็ต้องยอมรับ และอยากให้ช่วยเกษตรกรเรื ่องราคาข้าว ยางพารา มันสำปะหลังให้ดีขึ้น
#ข่าวtiktok #ข่าวศรีสะเกษ #นายกรัฐมนตรีคนที่32 #อนุทินชาญวีรกูล #กระทรวงมหาดไทย
ปัญหาที่ดินเขากระโดงและการฮั้วเลือก ส.ว. ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในจังหวัดศรีสะเกษ โดยเฉพาะเมื่อหลายคนรู้สึกว่าความโปร่งใสและความเป็นธรรมยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม ปัญหานี้จึงกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านยังคงมีความไม่มั่นใจในผู้นำรัฐบาลชุดใหม่อย่างนายอนุทินชาญวีรกูล ซึ่งแม้จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แต่หลายฝ่ายก็ยังคาดหวังว่าการยุบสภาเป็นทางออกหนึ่งที่จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในทางการเมือง นอกจากประเด็นทางการเมืองที่ซับซ้อนแล้ว ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชายังเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ชาวศรีสะเกษไม่มั่นใจว่าจะได้รับการแก้ไขอย่างถาวร ปัญหานี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่ โดยประชาชนบางส่วนมองว่ามาตรการปัจจุบันยังไม่เพียงพอและต้องการความชัดเจนมากกว่านี้จากรัฐบาล ด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมหลักของไทย ชาวบ้านต่างเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือดูแลเรื่องราคาข้าว ยางพารา และมันสำปะหลัง ที่ถือเป็นรายได้สำคัญของเกษตรกรในจังหวัด การปรับปรุงราคาสินค้าเกษตรให้ดีขึ้นจะช่วยเพิ่มรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น รวมถึงส่งเสริมให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ข้อเรียกร้องนี้สะท้อนถึงความต้องการให้รัฐบาลมีนโยบายที่ตอบโจทย์และช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อพิจารณาจากมุมมองของประชาชนในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษแล้ว การแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องมีความโปร่งใส เข้มแข็ง และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งทั้งการตรวจสอบปัญหาที่ดินเขากระโดง การจัดการการเลือก ส.ว. อย่างยุติธรรม รวมถึงการพัฒนานโยบายช่วยเหลือเกษตรกร ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความมั่นใจและความสงบสุขในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน












































