ครู–นักสิทธิท้วง นร.ถูกบังคับกลับกัมพูชา ขัดหลักกฎหมายสากล

ครูเจ้าของเรื่องเผยเบื้องต้นน้องนักเรียนวัย 13 ปี เตรียมเดินทางกลับกัมพูชาเพื่อทำเอกสารเข้าไทยใหม่ ขอบคุณครูและผู้ใหญ่ที่ช่วยเหลือ แต่ด้าน พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผอ.มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และ บุษยาภา ศรีสมพงษ์ นักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ย้ำว่าหากเด็กไม่สมัครใจกลับถือเป็นการบังคับส่งกลับที่ผิดกฎหมาย ขัดอนุสัญญาสิทธิเด็ก และตม.ไม่มีอำนาจเนรเทศเด็กที่ถือบัตรรหัส G ได้

#ข่าวtiktok #ข่าวนักเรียน #นักเรียนกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #กระทรวงศึกษาธิการ

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมกรณีการบังคับส่งกลับนักเรียนกัมพูชา วัย 13 ปีไปยังประเทศต้นทาง ซึ่งครูและนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนเกรงว่าเป็นการละเมิดหลักกฎหมายสากลและอนุสัญญาสิทธิเด็ก ถือเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องใส่ใจและทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพราะการส่งเด็กที่ไม่ได้สมัครใจกลับโดยไม่มีความยินยอม อาจส่งผลต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของเด็ก ซึ่งได้รับการคุ้มครองโดยอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของสหประชาชาติ ที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือ ตม. ในกรณีนี้ไม่มีอำนาจในการเนรเทศเด็กที่ถือบัตรรหัส G ซึ่งเป็นหลักฐานประจำตัวที่รับรองสถานะของเด็กในประเทศไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ การบังคับกลับเด็กอาจขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศซึ่งเน้นเรื่องการไม่เนรเทศบุคคลที่เสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิหรือไม่ปลอดภัยเมื่อถูกส่งตัวกลับประเทศของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เด็กยังอยู่ในวัยเรียน และการศึกษามีความสำคัญต่อการพัฒนาและอนาคตของเด็กเป็นอย่างยิ่ง การทำเอกสารเข้าไทยใหม่เป็นกระบวนการที่ควรเกิดขึ้นด้วยความสมัครใจของเด็กและความร่วมมือจากผู้ปกครองหรือผู้ดูแลตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของเด็กอย่างแท้จริง โดยครู เจ้าหน้าที่ และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนควรมีบทบาทในการปกป้องสิทธิของเด็กและให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ซึ่งขณะเดียวกันควรมีการประสานงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เพื่อหาทางออกร่วมกันที่ดีที่สุด ในบริบทชายแดนไทย–กัมพูชา ปัญหานี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการจัดการเรื่องสิทธิของนักเรียนข้ามชาติและการบริหารจัดการของหน่วยงานรัฐที่ต้องเที่ยงตรงตามกฎหมายสากลและหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดกับเด็กและครอบครัวในอนาคตอย่างยั่งยืน