กลาโหมกัมพูชาเสียใจเหตุทหารไทยเจ็บ ยันไม่ได้วางทุ่นระเบิดใหม่

กระทรวงกลาโหมกัมพูชาออกแถลงการณ์เสียใจเหตุทหารไทยเหยียบกับระเบิดบาดเจ็บ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยใช้หรือวางทุ่นระเบิดใหม่ และยังปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวาอย่างเคร่งครัด กัมพูชาชี้ว่าพื้นที่ชายแดนยังมีทุ่นระเบิดตกค้างจากสมัยสงครามกลางเมือง และเรียกร้องให้ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง 28 ก.ค. 2025 อย่างเคร่งครัด โดยห้ามเคลื่อนย้ายกำลังหรือรุกล้ำแดน ย้ำยังยึดมั่นแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ

#ข่าวtiktok #ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวกัมพูชา #กระทรวงกลาโหมกัมพูชา #ข่าวต่างประเทศ

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างความวิตกกังวลในฝ่ายความมั่นคงและประชาชน เนื่องจากพื้นที่นั้นยังเต็มไปด้วยทุ่นระเบิดตกค้างจากสงครามกลางเมืองซึ่งกัมพูชาย้ำว่าไม่ได้วางทุ่นระเบิดใหม่แต่อย่างใด การที่กัมพูชายืนยันการปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Convention) ถือเป็นสัญญาณที่สำคัญในระดับนานาชาติ โดยอนุสัญญาฉบับนี้ห้ามประเทศสมาชิกวางทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลใหม่ พร้อมทั้งกำหนดมาตรการกำจัดทุ่นระเบิดตกค้างเพื่อลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อพลเมืองและทหารในพื้นที่ชายแดน ในทางปฏิบัติ ความท้าทายในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงมีอยู่เนื่องจากทุ่นระเบิดตกค้างที่ยังไม่ได้รับการเก็บกวาดทั้งหมด และสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนที่ต้องการความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย ทั้งนี้ ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาที่มีผลจนถึง 28 กรกฎาคม 2568 นั้น เป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาความสงบและป้องกันเหตุการณ์บาดเจ็บหรือความสูญเสียเพิ่มเติม จากแถลงการณ์ยังเน้นย้ำว่าทั้งสองฝ่ายต้องไม่ได้เคลื่อนย้ายกำลังเข้ามาในเขตพื้นที่ของอีกฝ่ายหรือรุกล้ำแดนใดๆ เพื่อป้องกันการเกิดข้อพิพาทและคุ้มครองสิทธิ์ในอนาคต การแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิดตกค้างในพื้นที่ชายแดนนับเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมือด้านมนุษยธรรมและการทหารควบคู่กันไป นอกเหนือจากการปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวาแล้ว กัมพูชาและไทยยังสามารถเปิดโอกาสเจรจาและส่งเสริมโครงการกู้คืนพื้นที่ปลอดทุ่นระเบิดร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อประกันความปลอดภัยของทั้งทหารและประชาชน รวมถึงส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยวิธีการสันติ โดยสรุป การแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมกัมพูชาในครั้งนี้เป็นการแสดงท่าทีรับผิดชอบและยืนยันความตั้งใจในการปฏิบัติอย่างเป็นทางการ ตามกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิด เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายรวมทั้งประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง จะต้องติดตามและสนับสนุนความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน เพื่ออนาคตของชายแดนที่ปลอดภัยและสงบสุข