กองทัพบกซัดกัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิด เจตนาร้าย ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงหลังพลทหารอดิศร ป้อมกลาง เหยียบทุ่นระเบิดที่ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ จนขาขวาขาด โดยยืนยันว่าทุ่นถูกฝ่ายกัมพูชาลอบวางอย่างจงใจ ถือว่าละเมิดทั้งข้อตกลงหยุดยิงและอนุสัญญาออตตาวา เหตุนี้เป็นครั้งที่ 6 และครั้งที่ 3 หลังหยุดยิง สะท้อนพฤติกรรมต่อเนื่องของกัมพูชาในการคุกคามไทยและละเมิดบูรณภาพดินแดน ชี้เป็นอุปสรรคต่อการคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดน
#ข่าวtiktok #ทหารไทย #กองทัพบก #ปราสาทตาควาย #ชายแดนไทยกัมพูชา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพลทหารอดิศร ป้อมกลางซึ่งเหยียบทุ่นระเบิดที่ปราสาทตาควายในจังหวัดสุรินทร์นั้น ถือเป็นเรื่องที่สะท้อนความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องระหว่างชายแดนไทยกับกัมพูชา เรื่องนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรกที่เกิดขึ้นเนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีรายงานว่าทุ่นระเบิดถูกวางในพื้นที่ชายแดนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความสงบในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน การวางทุ่นระเบิดถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลบังคับใช้อย่างชัดเจน และยังเป็นการฝ่าฝืนอนุสัญญาออตตาวาหรือที่รู้จักกันในชื่ออนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ ทุ่นระเบิด บังคับ และอาวุธระเบิดอื่นๆ ที่แลกเปลี่ยนกันในสงคราม รวมถึงเป็นการกระทำที่ละเมิดบูรณภาพดินแดนของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ปราสาทตาควายซึ่งเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ความสูญเสียทางร่างกายของทหารไทยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เห็นถึงอันตรายที่เกิดขึ้นจริงและผลกระทบทางมนุษยธรรมที่ไม่สามารถมองข้ามได้ การรักษาความสงบสุขและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งชายแดนจึงจำเป็นต้องได้รับการเร่งดำเนินการจากทั้งสองฝ่ายอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยังควรร่วมมือกันพัฒนาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการวางทุ่นระเบิด เช่น การติดตั้งระบบตรวจจับระเบิด การจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการตรวจสอบและดูแลชายแดน เพื่อให้แน่ใจว่าความขัดแย้งและผลกระทบจากการละเมิดข้อตกลงจะลดน้อยลงและสร้างบรรยากาศที่สงบสุขแก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้จริง อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยข้อมูลและติดตามสถานการณ์อย่างโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งช่วยให้สาธารณชนได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและเต็มรูปแบบ อันจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและสนับสนุนมาตรการต่างๆ ในการจัดการกับความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น










































