จตุพร รับหนังสือชิปปิ้ง เร่งแก้ปัญหาปิดด่านแม่สอด–เมียวดี
กรณีเมียนมาปิดด่านเมียวดี–แม่สอด สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่ 2 ตั้งแต่ 18 สิงหาคม 2568 ล่าสุด นายอนันต์ ทินะพงศ์ นายกสมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย เข้ายื่นหนังสือต่อนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอให้รีบแก้ปัญหา เพราะตอนนี้มีสินค้าตกค้างกว่า 600 ตู้ มูลค่าตู้ละราว 2 ล้านบาท รวมกว่า 1,200 ล้านบาท สาเหตุจากเมียนมากำหนดกะทันหันให้สินค้าส่งออกทุกชนิดต้องมี Import License และยังมีปัญหาสะสมจากการสู้รบจนถนนถูกทำลาย ผู้ประกอบการเตือนว่าหากสินค้าซึ่งมีอายุเพียง 30 วันออกไปไม่ได้ จะถูกยึดเป็นของแผ่นดิน จึงเสนอทั้งการขยายเวลาเป็น 60 หรือ 90 วัน และพัฒนาท่าเรือระนองเชื่อมเส้นทางการค้า ด้านนายจตุพรยืนยัน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกำลังหารือทูตพาณิชย์เมียนมา คาดว่าจะคลี่คลายใน 2–3 วัน
#ข่าวtiktok #กระทรวงพาณิชย์ #การค้าชายแดน #ชายแดนไทยเมียนมา #ข่าวกะเหรี่ยง
ในช่วงเวลาที่ด่านพรมแดนแม่สอด–เมียวดีถูกปิด การค้าชายแดนไทย-เมียนมาซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการส่งออกสินค้าได้รับผลกระทบโดยตรง มีสินค้าตกค้างในฝั่งไทยกว่า 600 ตู้ที่มีมูลค่ารวมกว่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ประกอบการโดยเฉพาะธุรกิจชิปปิ้งที่ทำหน้าที่ส่งสินค้าข้ามประเทศในรูปแบบต่างๆ การที่เมียนมาใช้มาตรการใหม่ให้สินค้าทุกชนิดต้องมี Import License เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้กระบวนการนำเข้าสินค้าชะงักงัน และปัญหาการสู้รบภายในประเทศเมียนมายังทำลายโครงสร้างพื้นฐานถนนเส้นทางการขนส่ง ทำให้การนำเข้าส่งออกยากลำบากมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงร้องขอให้รัฐบาลไทยเร่งเจรจาและแก้ไขสถานการณ์นี้โดยด่วน รวมถึงเสนอขยายเวลาการเก็บสินค้าในระบบจากเดิมที่กำหนดไว้เพียง 30 วัน เป็น 60 หรือ 90 วัน เพื่อลดความเสียหาย นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาพัฒนาท่าเรือระนองและเชื่อมโยงเส้นทางการค้าใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยงหากด่านชายแดนถูกปิดอีกในอนาคต การขยายเส้นทางค้าชายแดนและพัฒนาท่าเรือจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับระบบโลจิสติกส์และเครือข่ายการค้าแบบบูรณาการสูง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คือ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รับหนังสือร้องเรียนและยืนยันว่ากำลังหารือกับทูตพาณิชย์เมียนมาเพื่อหาทางออกโดยเร็วที่สุด คาดว่าใน 2-3 วันข้างหน้าสถานการณ์จะปรับคลี่คลายลง สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจส่งออกหรือผู้นำเข้าสินค้าผ่านด่านแม่สอด–เมียวดี ควรติดตามประกาศต่าง ๆ จากกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมสำรองแผนการขนส่งทางเลือก เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในภูมิภาคนี้ ดังนั้น การจับตาสถานการณ์ปิดด่านนี้และการเจรจาระหว่างประเทศถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาสินค้าตกค้าง แต่ยังรักษาเสถียรภาพการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในภูมิภาคด้วย
