อุตุฯ เตือน พายุดีเปรสชันจ่อแรงเป็นพายุโซนร้อน ฝนถล่มไทย 24–27 ส.ค.68
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 ระบุ พายุดีเปรสชันบริเวณเกาะลูซอน ฟิลิปปินส์ ศูนย์กลางลมแรง 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เคลื่อนตัวไปทางตะวันตก คาดเข้าทะเลจีนใต้และทวีกำลังเป็นพายุโซนร้อน มุ่งขึ้นฝั่งเวียดนาม–ลาวตอนบนช่วง 25–26 ส.ค. ส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้แรงขึ้น ทำให้ไทยช่วง 24–27 ส.ค. มีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะภาคอีสานตอนบน ภาคเหนือ ภาคกล าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ขณะที่ทะเลอันดามันคลื่นสูง 2–3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาใกล้ชิด
#ข่าวtiktok #ข่าวเตือนภัย #กรมอุตุนิยมวิทยา #พยากรณ์อากาศ #สภาพอากาศ
พายุดีเปรสชันที่กำลังเคลื่อนตัวจากเกาะลูซอน สู่ทะเลจีนใต้ และทวีความแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนนั้น ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของประเทศไทยในหลายภาคอย่างเข้มข้นในช่วงวันที่ 24 ถึง 27 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอีสานตอนบน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ด้วยความแรงของลมที่อาจทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ผู้ที่อาศัยในพื้นที่เหล่านี้จึงควรเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำฝนที่อาจจะนำมาซึ่งน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็ว กรมอุตุนิยมวิทยายังแนะนำว่าในช่วงที่พายุเคลื่อนตัวนี้ คลื่นในทะเลอันดามันจะมีความสูงประมาณ 2-3 เมตร และหากเกิดฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของเรือเล็กเป็นอย่างยิ่ง จึงมีคำสั่งให้เรือเล็กงดออกจากฝั่งเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ นอกจากนี้ประชาชนทั่วไปควรติดตามประกาศข้อมูลข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลสถานการณ์อัพเดตและคำแนะนำในการป้องกันภัยธรรมชาติ พายุและมรสุมที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ยังส่งผลต่อภาคการเกษตรและการเดินทาง โดยเฉพาะการระบายน้ำในบริเวณที่มีฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขัง อาจต้องเตรียมอุปกรณ์สำหรับป้องกันน้ำและตรวจสอบสภาพบ้านเรือน รวมถึงเส้นทางคมนาคมที่อาจได้รับผลกระทบดังกล่าว การวางแผนหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยรวมแล้ว พายุดีเปรสชันที่กำลังขึ้นแรงกลายเป็นพายุโซนร้อนนี้ นอกจากจะทำให้สภาพอากาศมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติภัยฉับพลันต่างๆ การเตรียมตัวก่อนเกิดเหตุและการติดตามข่าวสารจากเจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ทุกคนปลอดภัยและลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์พายุในช่วงนี้ได้มากที่สุด




























