แผ่นดินไหว 5.8 เขย่าทะเลอินโดฯ เจ็บ 29 ราย ไม่กระทบไทย

เช้ามืดวันนี้ 17 สิงหาคม 2568 เวลา 05.38 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.8 ความลึก 10 กิโลเมตร จุดศูนย์กลางในทะเลห่างเหนือเมืองโปโซ ประเทศอินโดนีเซีย ราว 15 กิโลเมตร เหตุนี้ทำให้หลายพื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือน มีผู้บาดเจ็บ 29 ราย ในจำนวนนี้ 2 รายอาการสาหัส ข้อมูลยืนยันจาก USGS, earthquaketrack และสำนักข่าวมติชน โดยเหตุการณ์ไม่กระทบประเทศไทย หน่วยงานติดตามใกล้ชิด หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป

#ข่าวเตือนภัย #แผ่นดินไหวอินโดนีเซีย #ข่าวต่างประเทศ #กรมอุตุนิยมวิทยาอินโดนีเซีย #สภาพอากาศ

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568 ที่บริเวณทะเลเหนือเมืองโปโซ ประเทศอินโดนีเซีย เป็นหนึ่งในเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงระดับกลาง โดยระดับความลึกของจุดศูนย์กลางที่ 10 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนที่รู้สึกได้ในพื้นที่ใกล้เคียงและมีรายงานผู้บาดเจ็บถึง 29 ราย โดยมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของเหตุการณ์ในพื้นที่นั้นๆ ตามข้อมูลจาก USGS และแหล่งข่าวในท้องถิ่น แผ่นดินไหวดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากเมืองโปโซประมาณ 15 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเล ทำให้มีการสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้ในหลายตำบลที่อยู่ใกล้เคียง เหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนภัยให้กับชุมชนใกล้เคียงในการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ข่าวแผ่นดินไหวครั้งนี้ได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานของอินโดนีเซียและองค์การอุตุนิยมวิทยา รวมถึงหน่วยงานในประเทศไทยที่ได้ประเมินแล้วว่าเหตุการณ์นี้ไม่มีผลกระทบหรือต่อเนื่องมายังพื้นที่ของประเทศไทย ทั้งในแง่ของการสั่นสะเทือนหรือภัยพิบัติอื่นๆ ที่อาจตามมา แนะนำว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่แผ่นดินไหวควรรักษาความสงบและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือเพื่อรับข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นทางการ และหากเกิดเหตุฉุกเฉินควรปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยสรุปแล้ว เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 5.8 ที่ทะเลเหนือเมืองโปโซ อินโดนีเซียครั้งนี้ ได้สร้างความเสียหายและบาดเจ็บในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย อย่างไรก็ตามการติดตามสถานการณ์และการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรับมือกับภัยธรรมชาติประเภทนี้ ซึ่งถือเป็นบทเรียนและโอกาสในการเพิ่มความพร้อมให้กับทุกพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหวและสึนามิในอนาคต