รวบกัมพูชา 50 ชีวิต ข้ามแดนโป่งน้ำร้อน กลับเขมรตามคำฮุนเซนแต่ไม่มีกิน กลัวอดตายเลยกลับเข้าไทย

นาวาเอกไกรสร โพธิ์ตุน หัวหน้าชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 ร้อยบ้านแหลม จับชาวกัมพูชา 50 คน ทั้งชาย หญิง เด็ก และทารก ลอบเข้าไทยทางช่องธรรมชาติ อ.โป่งน้ำร้อน จันทบุรี พร้อมนายสมนึก อายุ 49 ปี คนนำพา หลังสืบรู้พฤติกรรมและวางแผนจับกุม แรงงานทั้งหมดเล่าว่ากลับบ้านตามคำเชิญสมเด็จฮุน เซน ว่าจะมีงานทำ มีเงินใช้ แต่สุดท้ายไม่มีงาน ไม่มีเงินกิน กลัวอดตายจึงหาทางกลับเข้าไทยอีก คนนำพารับจ้างจากเจ้าของสวนหัวละพันกว่าบาท เจ้าหน้าที่คัดแยกชายส่งฝากขัง ส่วนหญิงและเด็กส่งที่พักพิง รอผลักดันกลับ

#ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวtiktok #กระทรวงกลาโหม #แรงงานกัมพูชา #ต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์การลักลอบเข้าเมืองของชาวกัมพูชากว่า 50 คนครั้งนี้เป็นการสะท้อนปัญหาด้านแรงงานต่างด้าวและความยากลำบากในการดำเนินชีวิตในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างชัดเจน สาเหตุหลักที่ทำให้แรงงานกลุ่มนี้กลับออกมาคือตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาฮุน เซน ที่รับปากว่าจะมีงานทำและช่วยเหลือผู้ที่กลับบ้าน แต่เมื่อกลับไปแล้วกลับพบว่าสภาพความเป็นจริงแตกต่างจากที่สัญญาไว้ ทำให้คนกลุ่มนี้ต้องกลับเข้ามาในไทยอีกครั้งเพื่อตามหางานและรายได้ช่วยเหลือตัวเองและครอบครัว ชายแดนไทยกัมพูชาโดยเฉพาะบริเวณโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เป็นจุดที่มีการลักลอบข้ามแดนอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธินและฝ่ายความมั่นคงได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองซึ่งเป็นการป้องกันปัญหาด้านแรงงานผิดกฎหมายการแพร่ระบาดของโรค และความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ แรงงานกัมพูชาส่วนใหญ่ที่ลักลอบเข้ามาทำงานในพื้นที่เกษตรกรรมและสวนผลไม้ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญ แต่เนื่องจากการไม่สามารถหางานทำได้หรือรายได้ไม่เพียงพอ ทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับความยากลำบากตามมา ทั้งนี้ คนนำพามักจะได้รับค่าจ้างสูงถึงพันกว่าบาทต่อหัวในการพาแรงงานข้ามแดน ทำให้มีการลักลอบเข้าเมืองอย่างต่อเนื่องแม้จะมีความเสี่ยง สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาที่ซับซ้อนของแรงงานข้ามชาติ รวมถึงผลกระทบจากนโยบายและการสื่อสารระหว่างประเทศ การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย เช่น รัฐบาลไทยและกัมพูชาในการสร้างงานและโอกาสทางเศรษฐกิจให้เพียงพอ รวมถึงการจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบและไม่เกิดผลกระทบในระยะยาวต่อทั้งสองประเทศ ในมุมมองของชุมชนท้องถิ่นและประชาชนชายแดน การลักลอบเข้ามาของแรงงานกัมพูชาอาจมีผลดี-ผลเสียปะปนกัน เช่นการช่วยเติมเต็มแรงงานในภาคการเกษตรแต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้เกิดปัญหาความปลอดภัย สาธารณสุข และแรงงานเถื่อน ดังนั้น แนวทางการบริหารจัดการชายแดนและแรงงาน ขยายโอกาสให้แรงงานเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องจะช่วยลดปัญหาในระยะยาวได้โดยรอบคอบและยั่งยืน