โฆษกกองทัพบก ยัน เนื้อหาที่แม่ทัพภาคที่ 2 พูด ไม่ได้ มีความหมายสั่งรุกล้ำ ใช้กำลังทางทหารยึดปราสาทตาควาย
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงกรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงการณ์ถึงคำสัมภาษณ์ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ในเรื่องของปราสาทตาควาย ยืนยันว่า เนื้อหาที่แม่ทัพภาคที่ 2 พูด ไม่ได้ มีความหมายในแบบที่โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้แถลงไป โดยเฉพาะท่านไม่พูดเรื่องการเคลื่อนย้ายกำลัง เพื่อ รุกล้ำอธิปไตยกัมพูชา
สิ่งที่ท่านได้กล่าวในวันนั้น คือ ปราสาทตาควายอยู่ภายใต้อธิปไตยของไทย ในช่วงที่มีการปะทะที่ผ่านมาพยายามเข้าไปยึดด้วยการวางกำลัง แต่ยังไม่สำเร็จ จึงได้ทำการวางกำลังบริเวณด้านนอก ห่างจากตัวปราสาท 30 เมตร
แต่ในอนาคตจะต้องพยายามนำกลับมาภายใต้การควบคุมของไทยให้ได้ ตามขั้นตอนที่เหมาะสม พร้อมกล่าวว่าจะเตรียมการนำเรื่องต่างๆ ไปพูดคุยเจรจาในวงเจรจาในกรอบการประชุม RBC ที่จะเกิดขึ้นใน 2 สัปดาห์ และย้ำถึงจุดยืนว่าไทยจะไม่ถอยจากแนวการวางกำลังเดิม
ขอยืนยันว่า แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่ได้พูดถึงเรื่อง การใช้กำลังทางทหาร ไปดำเนินการอย่างแน่นอน
เพราะฉะนั้นที่กล่าวไปในข้างต้น จึงไม่ไช่ความพยายามที่มีการยั่วยุ และมีการวางแผน ใช้กำลังทางทหารต่อกรณีปราสาทตาควายอย่างที่กัมพูชากล่าวอ้างแต่อย่างใด
#ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวtiktok #กระทรวงกลาโหม #ปราสาทตาควาย #ข่าวกัมพูชา
กรณีปราสาทตาควายได้กลายเป็นประเด็นร้อนในความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยทางฝ่ายไทยได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าปราสาทตาควายยังอยู่ภายใต้อธิปไตยของไทย แม้ว่าจะมีการปะทะและความขัดแย้งบริเวณชายแดนเกิดขึ้นก็ตาม สำหรับสถานการณ์ดังกล่าว พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกได้เน้นย้ำว่าคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 2 ไม่ได้หมายความถึงการใช้กำลังทหารรุกล้ำดินแดนกัมพูชาแต่อย่างใด โดยมีจุดยืนชัดเจนว่าสถานการณ์จะต้องได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจาทางการทูตในกรอบการประชุมร่วมคณะกรรมาธิการชายแดนระหว่างประเทศหรือที่รู้จักกันในชื่อ RBC ซึ่งเป็นเวทีที่ไทยกับกัมพูชาจะพูดคุยและแก้ไขปัญหาอย่างสันติ ในทางปฏิบัติ ทางทหารไทยได้วางกำลังบริเวณรอบนอกปราสาทตาควาย โดยห่างจากตัวปราสาทประมาณ 30 เมตร เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจลุกลามและเพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศโดยไม่ใช้กำลังรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ของกัมพูชา การรักษาจุดยืนนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างยั่งยืนในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ การเจรจาในกรอบ RBC ที่จะเกิดขึ้นภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงและพูดคุยถึงแนวทางการแก้ไขอย่างเหมาะสม โดยใช้หลักการเคารพอธิปไตยและข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ในแง่มุมของผู้ที่ติดตามข่าวสารและผู้สนใจในประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา การรับรู้ข้อมูลอย่างถูกต้องและรอบด้านเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเน้นย้ำว่าการแก้ไขปัญหาไม่ควรเป็นไปในเชิงก้าวร้าวทางทหาร แต่ควรเป็นการเจรจาและการใช้ช่องทางทางการทูต นอกจากจะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศดีขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงและสันติสุขในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน จึงถือได้ว่าการชี้แจงจากโฆษกกองทัพบก และการดำเนินการที่เกิดขึ้นในกรอบ RBC เป็นตัวอย่างที่ดีของการบริหารจัดการความขัดแย้งชายแดนด้วยความรับผิดชอบและความมีสติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้






























