โฆษกรัฐบาลกัมพูชาปัดวางทุ่นระเบิดใหม่ ชี้ข้อกล่าวหาไทยไร้มูล
วันที่ 12 ส.ค. 68 นายเพน โบนา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าหน่วยโฆษกรัฐบาลกัมพูชา แถลงปฏิเสธข้อกล่าวหาของไทยว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่ ย้ำไม่มีมูลความจริง ขาดการสอบสวนจากผู้เชี่ยวชาญอิสระ และเป็นการกุเรื่องปลุกปั่น กัมพูชาเป็นภาคีอนุสัญญาออตตาวามาตั้งแต่ปี 1999 เก็บกู้ทุ่นระเบิดแล้วกว่า 1 ล้านลูก และวัตถุระเบิดอีกกว่า 3 ล้านชิ้น ช ่วยชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน พร้อมย้ำหน่วย CMAA ก็ออกแถลงการณ์เมื่อ 9 ส.ค. ปฏิเสธข้อกล่าวหาของไทยเช่นกัน กัมพูชาหวังไทยเคารพข้อตกลง GBC โดยเฉพาะการงดเคลื่อนกำลังและลาดตระเวนเกินจุดปัจจุบัน พร้อมร่วมมือไทย อาเซียน และนานาชาติ เพื่อรักษาสันติภาพและความปลอดภัย
#ข่าวtiktok #ชายแดนไทยกัมพูชา #กระทรวงกลาโหม #ทหารกัมพูชา #ข่าวกัมพูชา
เหตุการณ์ข้อกล่าวหาว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่ในบริเวณชายแดนกับไทยได้สร้างความตึงเครียดทางการฑูตและความวิตกกังวลในกลุ่มประชาชนบริเวณนั้น รัฐบาลกัมพูชาโดยโฆษกอย่างเป็นทางการได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้โดยยืนยันว่าไม่มีการวางทุ่นระเบิดใหม่แต่อย่างใด พร้อมทั้งชี้ว่าไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้เชี่ยวชาญอิสระ ทำให้ข้อกล่าวหานี้ไร้ความน่าเชื่อถือและเสี่ยงต่อการเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการสร้างความขัดแย้ง ในแถลงการณ์ดังกล่าวยังได้เน้นย้ำว่ากัมพูชาเป็นภาคีในอนุสัญญาออตตาวามาตั้งแต่ปี 1999 และมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเก็บกู้ปัญหาทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ตกค้างกว่า 1 ล้านลูกรวมถึงวัตถุระเบิดอื่นๆ มากกว่า 3 ล้านชิ้น ซึ่งความพยายามเหล่านี้ช่วยชีวิตผู้คนมากมายและแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของกัมพูชาในการบรรเทาปัญหาทางมนุษยธรรม ข้อเรียกร้องให้ไทยเคารพข้อตกลงด้านความมั่นคง เช่น ข้อตกลง GBC ที่เน้นเรื่องการงดเว้นการเคลื่อนกำลังและลาดตระเวนเกินจุดที่กำหนด ก็สะท้อนเจตนาของกัมพูชาในการรักษาความมั่นคงและสันติภาพร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนและนานาชาติเพื่อป้องกันและแก้ไขความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน การสื่อสารอย่างโปร่งใสและการสอบสวนของผู้เชี่ยวชาญอิสระในกรณีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับทุ่นระเบิดจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันการสร้างข่าวปลุกปั่นและลดความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ความไม่สงบในภูมิภาค ชุมชนชายแดนจึงควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประชาคมท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและลดความเสี่ยงจากภัยทุ่นระเบิดในอนาคต












