“จิรายุ” โต้ “มาลี” ยันไทยไม่เคยส่งโดรนล้ำ แจ้งทุกจังหวัดหากเจอจัดการได้ทันที
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ คณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เผยพบโดรนกัมพูชาบินล้ำเขตไทย แต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นของไทย ย้ำไทยไม่มีนโยบายใช้โดรนรุกล้ำเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกัน พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งการ 20 จังหวัดภาคอีสานยกระดับแอนตี้โดรน พร้อมประสานตำรวจ เอกชน และประชาชนลาดตระเวนร่วม สำนักการบินพลเร ือนฯ ก็สั่งห้ามบินโดรนทั่วประเทศถึง 15 ส.ค. ยกเว้นหน่วยความมั่นคง นายจิรายุ ระบุไทยใช้เทคโนโลยีทันสมัย ไม่จำเป็นต้องส่งโดรนล้ำ และขอให้กัมพูชาสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเพื่อประโยชน์ประชาชนทั้งสองประเทศ
#ข่าวtiktok #ชายแดนไทยกัมพูชา #กระทรวงกลาโหมกัมพูชา #กรมประชาสัมพันธ์ #ข่าวกัมพูชา
ในช่วงที่เกิดกรณีข้อพิพาทเรื่องโดรนล้ำแดนระหว่างไทยและกัมพูชา การใช้เทคโนโลยีและการป้องกันชายแดนถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายแดนที่มีความเสี่ยงสูงจากการลักลอบหรือการกระทำที่ก่อให้เกิดความตึงเครียด พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ออกคำสั่งให้จังหวัดในพื้นที่ภาคอีสานทั้งหมด 20 จังหวัด มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยีแอนตี้โดรนร่วมกับการประสานงานกับภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่ในการลาดตระเวนอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการล้ำแดนของโดรนที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของชาติ นอกจากนี้ สำนักการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้ประกาศห้ามบินโดรนทั่วประเทศจนถึงวันที่ 15 สิงหาคม ยกเว้นเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงเท่านั้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดและควบคุมการใช้อากาศยานไร้คนขับไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและทรัพย์สิน ขณะที่ทางรัฐบาลไทยได้ชี้แจงผ่านโฆษกรัฐบาลว่าประเทศไทยมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและไม่มีความจำเป็นต้องส่งโดรนล้ำแดนหรือทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย รวมถึงขอให้ประเทศกัมพูชาสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนทั้งสองประเทศ การใช้โดรนในบริบทของชายแดนเป็นเรื่องที่ต้องมีความระมัดระวังอย่างสูง เนื่องจากอาจนำไปสู่ความขัดแย้งหรือความเข้าใจผิดระหว่างประเทศ ดังนั้น การตั้งมาตรการรักษาความปลอดภัยชายแดน เช่น การใช้แอนตี้โดรน การห้ามบินโดรนโดยไม่ได้รับอนุญาต และการเพิ่มความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่จึงเป็นแนวทางที่สำคัญในการป้องกันปัญหาเหล่านี้ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการรักษาความมั่นคงชายแดนอย่างจริงจังและโปร่งใส
