ไทยเปิดภาพ รพ.พังยับ! “จิรายุ” ประณามกัมพูชาโจมตีเป้าหมายมนุษยธรรม ชี้ละเมิดกฎหมายสากล

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการ ศบ.ทก. เผยภาพโรงพยาบาลไทย 4 แห่งพังเสียหาย หลังถูกกัมพูชาใช้อาวุธโจมตี พร้อมประณามรุนแรงว่าเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน ล่าสุดมีโรงพยาบาลต้องปิดให้บริการทั้งหมด 11 แห่ง ปิดบางส่วน 9 แห่ง และ รพ.สต. ได้รับผลกระทบ 144 แห่ง ขณะนี้มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 15 ราย เจ็บสาหัส 12 ราย ยังรักษาใน รพ. 11 ราย รัฐบาลไทยจัดตั้งทีมช่วยเหลือพิเศษแล้วกว่า 494 ทีม พร้อมย้ำใช้แนวทางสันติวิธี และเก็บหลักฐานเรียกร้องความรับผิดจากกัมพูชา

#ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวtiktok #กระทรวงสาธารณสุข #โรงพยาบาลชายแดน #ข่าวกัมพูชา

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมภาพโรงพยาบาลชายแดนไทยที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธหนักจากกัมพูชาได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงสะท้อนถึงสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น การโจมตีเป้าหมายสถานพยาบาลไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดกฎหมายสากลและหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ทั้งนี้ จำนวนโรงพยาบาลที่ต้องปิดบริการ 11 แห่ง และที่ปิดบางส่วนอีก 9 แห่ง รวมถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ได้รับผลกระทบถึง 144 แห่ง สะท้อนถึงความรุนแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความสูญเสียของพลเรือนที่เสียชีวิต 15 ราย และบาดเจ็บสาหัสถึง 12 ราย รวมทั้งยังมีผู้ป่วยที่ต้องดูแลในโรงพยาบาล 11 ราย ทำให้รัฐบาลไทยต้องเร่งจัดตั้งทีมช่วยเหลือพิเศษกว่า 494 ทีม เพื่อเข้าดูแลและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยทางโฆษกรัฐบาลได้เน้นย้ำการใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ปัญหาและเก็บรักษาหลักฐานเพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบจากทางกัมพูชา ในมุมมองของประชาชนและผู้ที่อาศัยใกล้ชายแดน เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนของภัยคุกคามต่อความปลอดภัยและความมั่นคงของชีวิตประจำวัน การโจมตีทิ้งระเบิดใส่โรงพยาบาลไม่เพียงแต่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข แต่ยังทำให้คนในชุมชนเกิดความหวาดกลัวและวิตกกังวลต่ออนาคต ทั้งนี้การถ่ายทอดภาพความเสียหายผ่านสื่ออย่าง NBT CONNEXT และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้ช่วยเผยแพร่ข้อมูลไปสู่สาธารณะ ทำให้เกิดความตระหนักรู้และกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการฟื้นฟูและป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย การประณามอย่างรุนแรงของนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกรัฐบาลและการเคลื่อนไหวเชิงนโยบายที่เข้มข้นขึ้นในครั้งนี้ สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลไทยที่จะปกป้องสิทธิ์และความปลอดภัยของประชาชน รวมไปถึงการยืนหยัดในหลักกฎหมายสากลและมนุษยธรรมระหว่างประเทศ เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบจากประเทศเพื่อนบ้านและลดความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน ด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ การให้ความช่วยเหลือทั้งในด้านการฟื้นฟูโรงพยาบาล และการดูแลผู้บาดเจ็บอย่างครบถ้วน ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง รวมถึงการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เพื่อความมั่นคงชายแดน (ศบ.ทก.) เพื่อบริหารจัดการผลกระทบและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบนั้นอย่างเต็มที่