ผู้บัญชาการทหารอากาศไทย-เมียนมา หารือแน่นแฟ้น เสริมความมั่นคง-ช่วยเหลือมนุษยธรรม
พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้การต้อนรับ พลอากาศเอก ทุน อ่อง ผู้บัญชาการทหารอากาศเมียนมา ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ หารือร่วมกันที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ ย้ำความร่วมมือด้านความมั่นคง การฝึกศึกษา การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการวิจัยพัฒนาอากาศยานไร้คนขับ ไทยยังเสนอที่นั่งเรียนหลักสูตรจ่าอากาศแก่เมียนมา ด้านผู้บัญชาการทหารอากาศเมียนมาขอบคุณพระมหากรุณาธิคุณและน้ำใจคนไทยที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเมียนมา ย้ำภารกิจด้านมนุษยธรรมเป็นพันธกิจสำคัญของกองทัพอากาศทั้งสองประเทศ
#ข่าวtiktok #ทหารเมียนมา #กองทัพอากาศ #กระทรวงกลาโหม #ทหารไทย
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ผู้บัญชาการทหารอากาศไทย พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ได้ให้การต้อนรับ พลอากาศเอก ทุน อ่อง ผู้บัญชาการทหารอากาศเมียนมา ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ เพื่อหารือแนวทางการความร่วมมือระหว่างสองประเทศที่เน้นย้ำทั้งด้านความมั่นคงและการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เมียนมาประสบเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง การพูดคุยครั้งนี้ได้เน้นถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความร่วมมือด้านต่างๆ อาทิ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกองทัพอากาศไทยและเมียนมา ตลอดจนการฝึกอบรมและศึกษาหลักสูตรเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับทหารอากาศ ถือเป็นการเพิ่มความสามารถและประสบการณ์ให้กับบุคลากรทั้งสองฝ่าย อีกทั้งยังมีการหารือเรื่องการวิจัยและพัฒนาอากาศยานไร้คนขับซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติการทางทหารและภารกิจมนุษยธรรม การที่ไทยเสนอที่นั่งเรียนหลักสูตรจ่าอากาศแก่เมียนมา นับเป็นการเปิดโอกาสให้ทหารเมียนมาได้รับการพัฒนาด้านการบินในระดับมืออาชีพยิ่งขึ้น สำหรับภารกิจด้านมนุษยธรรมที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญมาก ผู้บัญชาการทหารอากาศเมียนมายืนยันว่านี่เป็นพันธกิจสำคัญของกองทัพอากาศและได้ขอบคุณการช่วยเหลืออย่างเต็มที่จากประเทศไทยที่มีน้ำใจส่งกำลังใจและความช่วยเหลือให้กับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเมียนมา การร่วมมือด้านมนุษยธรรมจึงช่วยเสริมสร้างบทบาทที่ดีของกองทัพในฐานะผู้ช่วยเหลือประชาชนและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองประเทศ ด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงและการช่วยเหลือมนุษยธรรมที่แน่นแฟ้นนี้ ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพอากาศสองประเทศมีความเข้มแข็งมากขึ้น พร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ร่วมกันในอนาคต ทั้งนี้การสนับสนุนด้านการศึกษาและเทคโนโลยีจะช่วยพัฒนากำลังทางทหารให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล และยังเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพไทย-เมียนมาที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน





































