ไทยส่งกลับทหารกัมพูชา 2 นาย หนึ่งคนแขนหัก อีกคนเครียดหนักจนมีอาการทางจิต ยันชาตินี้ไม่รบกับไทยอีก

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เผยวันที่ 1 ส.ค. 2568 เวลา 10.30 น. ไทยส่งกลับทหารกัมพูชา 2 นายผ่านช่องจอม จ.สุรินทร์ โดยสิบเอก มอม ริทธี แขนหัก มีแผลเน่าที่สะโพก และว่าที่ร้อยตรี อาง เอือง มีอาการทางจิตจากความเครียดช่วงสู้รบ ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายไทยประเมินแล้วจำเป็นต้องดูแลใกล้ชิดจากครอบครัว จึงส่งกลับภายใต้หลักมนุษยธรรมตามอนุสัญญาเจนีวา และกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง โดยทั้งสองคนกล่าวสาบานก่อนส่งตัวกลับว่าจะไม่เข้าร่วมการรบกับไทยอีกตลอดชีวิต

#ข่าวtiktok #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารกัมพูชา #กระทรวงกลาโหม #ข่าวกัมพูชา

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์การส่งกลับทหารกัมพูชา 2 นายในครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายระหว่างประเทศที่คุ้มครองสิทธิของทหารที่ถูกจับหรือได้รับบาดเจ็บในช่วงสงคราม การส่งทหารสองนายกลับคืนบ้านพร้อมกับการดูแลด้านสุขภาพจิตและร่างกายอย่างเหมาะสม เป็นการแสดงออกถึงความเคารพสิทธิมนุษยชนและความรับผิดชอบของกองทัพไทยในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง สิบเอกมอม ริทธี ซึ่งบาดเจ็บแขนหักและแผลเน่าที่สะโพก จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ในขณะที่ว่าที่ร้อยตรี อาง เอือง มีอาการทางจิตจากความเครียดสะสมในช่วงการสู้รบ ซึ่งเป็นสภาพที่พบได้บ่อยในสถานการณ์สงครามและต้องการการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตอย่างจริงจัง การส่งกลับภายใต้ความร่วมมือและการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญของไทย นอกจากจะช่วยให้ทั้งสองนายได้รับการดูแลจากครอบครัวแล้ว ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังทุกฝ่ายว่า ความขัดแย้งสามารถถูกจัดการได้ด้วยความเป็นมนุษย์และสันติวิธี นอกจากนี้ การที่ทหารกัมพูชาทั้งสองนายได้กล่าวสาบานว่าจะไม่เข้าร่วมการรบกับไทยอีกตลอดชีวิต ยังสะท้อนถึงความตั้งใจจริงในการป้องกันความรุนแรงและส่งเสริมสันติภาพในเขตชายแดน การจัดการปัญหาข้อพิพาททางทหารด้วยหลักมนุษยธรรมและการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ นับเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ผู้ที่สนใจอาจติดตามความคืบหน้าจากกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยืนยันถึงความโปร่งใสและปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศ เพื่อรับประกันว่ากระบวนการดังกล่าวจะช่วยลดความตึงเครียดชายแดนและส่งเสริมสันติสุขในภูมิภาคอย่างยั่งยืน ท้ายที่สุดนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญว่าการแก้ไขข้อพิพาทและดูแลทหารที่ได้รับผลกระทบ ไม่ควรละเลยเรื่องสิทธิมนุษยชน การเคารพชีวิต และความเมตตา เพื่อสร้างสังคมที่มีความสงบสุขและร่วมมือกันในทางที่ยั่งยืน