กฟภ.หยุดขายไฟให้กัมพูชา 9 จุด รอสัญญาณ สมช. หากสั่งงดจ่ายพร้อมยกเลิกสัญญาทันที

นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เผยว่า กฟภ.หยุดขายไฟให้กัมพูชาแล้วทุกจุดรวม 9 แห่ง แบ่งเป็น กฟก.1 จำนวน 4 จุด กฟก.2 จำนวน 4 จุด และ กฟฉ.3 อีก 1 จุด หลังฝ่ายกัมพูชาย้ายไปรับไฟจากพื้นที่ฝั่งตนเอง ส่วนสัญญาซื้อขายอยู่ระหว่างสอบถามความชัดเจนจากฝั่งกัมพูชา หากยืนยันไม่รับไฟอีก สมช.จะประเมิน และถ้าให้หยุดจ่าย กฟภ.จะยกเลิกสัญญาทันที โดยไฟฟ้าที่เหลือนำกลับมาจัดสรรในไทย ย้ำไทยไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากการหยุดขายไฟครั้งนี้

#ข่าวtiktok #ไทยกัมพูชา #กระทรวงมหาดไทย #การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค #ตัดไฟกัมพูชา

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการหยุดขายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ให้แก่ประเทศกัมพูชา ถือเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์และความเปลี่ยนแปลงในด้านพลังงานระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยครั้งนี้ กฟภ.ได้หยุดจ่ายไฟฟ้า 9 จุด ซึ่งแบ่งออกเป็น กฟก.1 จำนวน 4 จุด, กฟก.2 จำนวน 4 จุด และ กฟฉ.3 อีก 1 จุด เนื่องจากฝั่งกัมพูชาได้เปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าจากพื้นที่ของตนเอง ซึ่งเป็นการลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากต่างประเทศ และสะท้อนถึงการพัฒนาด้านพลังงานของกัมพูชาเอง ในบริบทของการหยุดจ่ายไฟฟ้า กฟภ.ได้แจ้งว่ากำลังอยู่ในช่วงรอคำสั่งจากคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อประเมินสถานการณ์โดยรวม หากสมช.สั่งงดจ่าย กฟภ.จะดำเนินการยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในทันที ซึ่งสัญญาเดิมยังคงอยู่ระหว่างการสอบถามความชัดเจนจากฝั่งกัมพูชา การจัดการดังกล่าวเป็นขั้นตอนสำคัญที่แสดงถึงการบริหารจัดการทรัพยากรไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการรักษาผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว นอกจากนี้ การหยุดขายไฟฟ้านี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ไฟในประเทศไทย เนื่องจากไฟฟ้าที่เคยส่งออกให้กัมพูชาจะถูกนำกลับมาใช้ และจัดสรรในระบบไฟฟ้าภายในประเทศอย่างเหมาะสม ทำให้ไทยยังคงมีความมั่นคงทางพลังงานและไม่ขาดแคลนไฟฟ้า ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและความไม่สะดวกต่อประชาชน เหตุการณ์นี้ยังช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการร่วมมือและการเจรจาระหว่างประเทศในด้านพลังงาน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์ในการบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานที่มีจำกัด อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างของการพัฒนาระบบพลังงานที่เข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้ของกัมพูชาในอนาคต ทั้งนี้ สถานการณ์ด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยฝั่งไทยเองก็มีโอกาสในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากรพลังงาน และยังต้องติดตามการเจรจาและความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย