“โฆษกรัฐบาล” ขอร้องสื่อต่างประเทศ อย่าลงภาพผิด ย้ำข่าวคลาดเคลื่อนอาจกระทบระดับนานาชาติ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอความร่วมมือสื่อต่างประเทศตรวจสอบภาพและข้อมูลให้รอบคอบ ก่อนนำเสนอข่าวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังพบบางสำนักลงภาพเหตุการณ์ฝั่งไทยว่าเป็นฝั่งกัมพูชา เสี่ยงสร้างความเข้าใจผิดรุนแรงระดับนานาชาติ ย้ำรัฐบาลไทยยึดหลักสันติ ไม่ต้องการให้สถานการณ์บานปลาย พร้อมชี้แจงว่าไทยใช้กำลังเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันตนเอง จากการโจมตีด้วยอาวุธหนักของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งทำให้ประชาชนไทยบาดเจ็บและเสียชีวิต และพร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้องผ่าน ศบ.ทก. และกระทรวงการต่างประเทศ

#ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวtiktok #ทหารไทย #กรมประชาสัมพันธ์ #ข่าวเตือนภัย

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงเวลานี้ได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศและประชาชนทั่วไปอย่างมาก เนื่องจากมีเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการทหารที่อาจส่งผลกระทบในวงกว้าง จึงเกิดความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องนำเสนอข้อมูลและภาพข่าวด้วยความระมัดระวัง "โฆษกรัฐบาล" ได้ขอความร่วมมือสื่อต่างประเทศไม่ให้เผยแพร่ภาพข่าวที่ผิดพลาด โดยเฉพาะภาพเหตุการณ์ชายแดนฝั่งไทยที่ถูกลงผิดเป็นฝั่งกัมพูชา เพราะอาจสร้างความสับสนและความเข้าใจผิดในระดับนานาชาติ รวมถึงอาจทำให้ความตึงเครียดบานปลายได้ การให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นกลางถือเป็นหัวใจหลักของการรายงานข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้งใด ๆ เพราะข้อมูลที่ผิดพลาดอาจสร้างแรงกดดันและผลกระทบในหลายมิติ ตั้งแต่การเมืองระหว่างประเทศจนถึงความรู้สึกของประชาชนทั้งสองฝ่าย รัฐบาลไทยยืนยันใช้หลักสันติเพื่อแก้ไขสถานการณ์และปกป้องประชาชน โดยการใช้กำลังตอบโต้เฉพาะเมื่อจำเป็น จากการโจมตีด้วยอาวุธหนักของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในฝั่งไทย ซึ่งถือเป็นสิทธิ์ในการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลยังพร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้องผ่านศูนย์บริหารสถานการณ์เพื่อความมั่นคงชายแดน (ศบ.ทก.) และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนและสื่อสารมวลชนได้รับข้อมูลที่แม่นยำ ชัดเจน และเป็นทางการ ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลเวียนอย่างรวดเร็วผ่านหลายช่องทาง การตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่ข่าวสารเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของสื่อและป้องกันการเกิดความขัดแย้งจากข่าวลวงหรือผิดพลาด สุดท้ายแล้ว การสร้างความเข้าใจร่วมกันและความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมทั้งสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ จะช่วยลดความตึงเครียดและนำไปสู่สันติภาพในภูมิภาคชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างยั่งยืน