พายุ “วิภา” เข้าเวียดนาม 22 ก.ค. ลากฝนถล่มไทย 51 จังหวัด เสี่ยงน้ำป่า-น้ำท่วมฉับพลัน
กรมอุตุฯ เผยพายุโซนร้อน “วิภา” ความเร็วลม 85 กม./ชม. เคลื่อนเข้าเมืองท้ายบิ่ญ เวียดนาม 22 ก.ค. ก่อนอ่อนกำลังแต่ยังพาฝนตามแนวร่องมรสุมเข้าไทยช่วง 21-24 ก.ค. โดยเฉพาะวันที่ 22 ก.ค. ฝนจะตกหนักถึงหนักมากใน 51 จังหวัดทั่วประเทศ ภาคเหนือที่จังหวัด แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ / ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัด เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และนครราชสีมา / ภาคกลางที่จังหวัด นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี / ภาคตะวันออกที่จังหวัด นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด / ภาคใต้ที่จังหวัด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา เสี่ยงน้ำหลาก-น้ำท่วมฉับพลัน เรือเล็กงดออกฝั่ง ทะเลคลื่นสูงเกิน 4 เมตร
#ข่าวเตือนภัย #กรมอุตุนิยมวิทยา #พยากรณ์อากาศ #ข่าวtiktok #พายุวิภา
พายุโซนร้อนวิภาเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 21-24 กรกฎาคม ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาได้เตือนประชาชนใน 51 จังหวัดทั่วประเทศถึงความเสี่ยงของฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันที่อาจเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน ประชาชนควรติดตามการประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม เช่น การบริการอุปกรณ์กันน้ำ การหลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วม และการวางแผนหนีภัยหากเกิดน้ำป่าไหลหลากเฉียบพลัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขา เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงรายซึ่งมีความเสี่ยงสูง ในภาคใต้ การเตือนเรือเล็กงดออกจากฝั่งเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากคลื่นลมทะเลที่สูงกว่า 4 เมตร ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อการเดินเรือและกิจกรรมทางทะเลทั่วไป นอกจากนี้ การจัดเตรียมถุงยังชีพและแผนฉุกเฉินในชุมชนรวมถึงการช่วยเหลือผู้สูงอายุและเด็กเล็กเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ด้วยสัญญาณของพายุที่สงบลงหลังจากผ่านเวียดนาม แต่ยังพากลุ่มเมฆฝนเข้ามาในประเทศไทย การเฝ้าระวังสภาพอากาศรายวันและการปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานภาครัฐจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันอันตรายจากน้ำป่า น้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลันที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
