โฆษก ทบ. ย้ำ! กัมพูชายิงก่อน มีหลักฐานชัด – ปะทะลุกลามหลายจุด แต่ยังไม่เรียกสงคราม
พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เผยเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อเช้า 24 ก.ค. กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มยิงก่อน มีพิกัดชัดเจนตรงข้ามฐานหมูป่า ห่างปราสาทตาเมือนธม 200 เมตร ฝ่ายไทยจำเป็นต้องตอบโต้ตามหลักสากล โดยใช้จรวด BM-21 ยิงจากเขาแหลม ตกใน จ.ศรีสะเกษ ทำทหารไทยเจ็บ 2 นาย ล่าสุดพบวัตถุคล้ายทุ่นระเบิดเพิ่มอีก 8 ลูก เชื่อเป็นแผนลอบวางไว้ล่วงหน้า ย้ำกองทัพต้องระวังขั้นตอนให้มาก ยังไม่เรียกว่าสงคราม แต่อาจมีการปะทะเป็นจุดๆ มากขึ้น หากอีกฝ่ายยังละเมิดข้อตกลงแบบนี้อีก
#ข่าวtiktok #ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวกัมพูชา #กระทรวงกลาโหม #ทหารไทย
เหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ นับเป็นสถานการณ์ที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะการยืนยันจากโฆษกกองทัพบกเองว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มยิงก่อน มีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจนในพื้นที่ตรงข้ามฐานหมูป่า ห่างจากปราสาทตาเมือนธมเพียง 200 เมตร เพื่อความชัดเจนและข้อมูลที่ครบถ้วน การเข้าใจถึงที่มาและสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยพื้นที่ที่เกิดการปะทะนั้นมีลักษณะเป็นจุดหลายจุดและไม่ใช่การประทะครั้งเดียว แต่ยังไม่มีการประกาศสถานะสงครามอย่างเป็นทางการจากฝ่ายไทย ฝ่ายทหารไทยได้ใช้จรวด BM-21 ยิงตอบโต้จากเขาแหลมซึ่งตกในบริเวณจังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย นอกจากนี้ยังพบจุดที่น่าสนใจคือการพบวัตถุคล้ายทุ่นระเบิดถึง 8 ลูกในพื้นที่ ถือเป็นการเตรียมการวางแผนลอบวางแผนก่อนเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ฝ่ายกองทัพบกยังให้ความระมัดระวังขั้นตอนและความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันสถานการณ์ภายในชายแดนที่อาจขยายตัวได้ ข้อพิพาทในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา มีความละเอียดอ่อนและเชื่อมโยงกับข้อตกลงระหว่างประเทศที่ทั้งสองฝ่ายต้องเคารพ เหตุการณ์ล่าสุดนี้จึงสะท้อนถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำรงอยู่และอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ ปัจจัยสำคัญคือการป้องกันไม่ให้การถกเถียงหรือความขัดแย้งลุกลามจนเกินควบคุม ฝ่ายไทยจึงยังไม่ส่งสัญญาณขยับเข้าสู่สงครามแต่เน้นความเข้มงวดในการแสดงออกทางทหารในจุดที่จำเป็นมากที่สุด สำหรับประชาชนที่ติดตามข่าวสารและเหตุการณ์ มีความต้องการข้อมูลที่ชัดเจนและโปร่งใสเพื่อประเมินสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการปฏิบัติของกองทัพในสถานการณ์ฉุกเฉินและวิธีการป้องกันตัวเองในภาวะตึงเครียดก็เป็นการเตรียมพร้อมที่สำคัญ ทั้งนี้ การติดตามข่าวสารจากหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ เช่น กองทัพบก หรือกระทรวงกลาโหม รวมถึงสื่อมวลชนที่มีความน่าเชื่อถือ จะช่วยให้ได้รับข้อมูลที่ทันเหตุการณ์และถูกต้อง รวมถึงเข้าใจถึงทิศทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งชายแดนที่จะนำไปสู่ความสงบเรียบร้อยในอนาคตอันใกล้นี้










































