กองทัพบกประณามกัมพูชา เหตุทหารเหยียบกับระเบิดเจ็บ 5 ราย ที่ช่องอานม้า อุบลฯ
เมื่อเวลา 16.55 น. วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ยืนยันว่า ชุดลาดตระเวนกองพันทหารราบที่ 14 ประสบกับระเบิดบริเวณห้วยบอน ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ 5 นาย โดย 1 นายขาขาดจากการเหยียบกับระเบิด และอีก 4 นายแน่นหน้าอก หูอื้อจากแรงสั่นสะเทือน ล่าสุดถูกส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลน้ำยืนแล้ว กองท ัพบกออกแถลงการณ์ประณามกัมพูชา ว่าเป็นการกระทำไร้มนุษยธรรม ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ พร้อมย้ำจะใช้ทุกกลไกเพื่อปกป้องกำลังพลและประชาชนไทย
#กองทัพบก #กระทรวงกลาโหม #ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวtiktok #ช่องอานม้า
เหตุการณ์ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดที่ช่องอานม้าในจังหวัดอุบลราชธานี เป็นเหตุการณ์ที่กระทบต่อความสัมพันธ์ชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายแดนที่มีความตึงเครียดสูง การใช้กับระเบิดแฝงหรือกับดักระเบิดทำให้เกิดความเสียหายทางกายภาพอย่างรุนแรงต่อทหารและชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของบุคลากรทหาร ต่อความมั่นคงของพื้นที่ชายแดน ยังสร้างความไม่ไว้วางใจระหว่างประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย กองทัพบกได้ดำเนินมาตรการประณามอย่างชัดเจนต่อการละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมการใช้อาวุธและกับดักระเบิดในแนวชายแดน พร้อมทั้งเตรียมใช้ทุกกลไกตามกฎหมายและการทูต เพื่อยับยั้งและป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะนี้ซ้ำอีก กองทัพและหน่วยงานความมั่นคงจะเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน ตรวจตราและเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เหตุการณ์ครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความท้าทายด้านความมั่นคงและความร่วมมือระหว่างประเทศบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในปัจจุบัน ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องเร่งหารือและร่วมมือกันในเรื่องการดูแลพื้นที่ชายแดน ป้องกันเหตุร้าย และรักษาสันติภาพในภูมิภาค ผ่านการเจรจาและการติดตามตรวจสอบข้อตกลงที่มีอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภัยคุกคามทางด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ สำหรับประชาชนบริเวณชายแดน ควรระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เช่น หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีป้ายเตือนหรือสงสัยว่าอาจมีวัตถุระเบิด และรายงานเบาะแสหรือสิ่งผิดปกติให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที การใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ตรวจจับกับดักระเบิดที่ทันสมัยเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่มีความจำเป็นในการเพิ่มความปลอดภัยและช่วยลดความเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่หรือดำรงชีวิตในพื้นที่ชายแดนที่มีความอันตรายสูง จึงเห็นได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ความบาดหมางระหว่างหน่วยงานทหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีผลกระทบรุนแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การวางแผนแก้ไขและความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องเร่งดำเนินการ เพื่อรักษาความปลอดภัยและสร้างสันติสุขในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืนในอนาคต













































