เพื่อไทยประณามกัมพูชา วางระเบิดเหยียบสันติภาพ หนุนรัฐบาลตอบโต้เต็มที่
พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์เมื่อ 23 กรกฎาคม 2568 ประณามเหตุทหารไทยเหยียบกับระเบิดครั้งที่ 2 ที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี จนสูญเสียข้อเท้าขวา ชี้เป็นการวางระเบิดใหม่ที่ละเมิดสนธิสัญญาออตตาวาและหลักสิทธิมนุษยชน เป็นการเหยียบย่ำเจตนารมณ์แห่งสันติภาพที่ไม่อาจยอมรับได้ ไม่ใช่พฤติกรรมของมิตรประเทศ พร้อมสนับสนุนทุกมาตรการตอบโต้ของรั ฐบาล กองทัพ และกระทรวงการต่างประเทศที่ดำเนินการตามหลักสากล และขอเป็นแนวร่วมที่มั่นคงส่งกำลังใจถึงเจ้าหน้าที่ไทยที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ
#ข่าวการเมือง #พรรคเพื่อไทย #กระทรวงการต่างประเทศ #ลดระดับความสัมพันธ์กัมพูชา #ข่าวtiktok
เหตุการณ์วางระเบิดบริเวณชายแดนที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ก่อให้เกิดความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาอย่างมาก พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์อย่างชัดเจนว่า เหตุการณ์นี้เป็นการละเมิดสนธิสัญญาออตตาวา ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่ห้ามการใช้และครอบครองวัตถุระเบิดที่ส่งผลทำลายชีวิตและทรัพย์สินอย่างร้ายแรง รวมทั้งละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนที่ควรได้รับการเคารพจากทุกฝ่าย การวางระเบิดครั้งนี้ไม่เพียงส่งผลเสียต่อความมั่นคงของชายแดนไทย แต่ยังเป็นการเหยียบย่ำเจตนารมณ์แห่งสันติภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศที่ถือเป็นมิตรภาพระหว่างไทยและกัมพูชาอย่างชัดเจน นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้มาตรการตอบโต้ตามหลักสากล ที่รัฐบาล กองทัพ และกระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงถึงจุดยืนที่แข็งแรงในการปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมขอเป็นกำลังใจและแนวร่วมสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานใต้ความเสี่ยงในพื้นที่ชายแดน เพื่อรักษาความปลอดภัยและความสงบสุขของประชาชนไทย ทั้งนี้ การตอบโต้ดังกล่าวต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังและยึดถือหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงลุกลามหรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระยะยาว ในเชิงบริบททางการเมือง เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ข้ามพรมแดนที่ต้องการการเจรจาและการจัดการอย่างรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าปัญหาความขัดแย้งจะไม่ลุกลามจนกลายเป็นปัญหาทางทหารหรือการเมืองที่รุนแรงมากขึ้น การประณามและการสนับสนุนมาตรการตอบโต้ของพรรคเพื่อไทยจึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนต่อทั้งประชาชนไทยและนานาชาติ ว่าการรักษาความสงบและอธิปไตยเป็นเรื่องสำคัญ และประเทศต้องไม่ปล่อยให้ความรุนแรงบ่อนทำลายทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศ



































