กัมพูชาปัดวางทุ่นระเบิดใหม่ ย้ำยึดหลักสันติภาพ
สำนักงานปฏิบัติการและช่วยเหลือเหยื่อทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาจากฝั่งไทยที่ระบุว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่ตามแนวชายแดน โดยย้ำว่าไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันว่ากัมพูชาได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดในอดีตอย่างหนัก จึงต่อต้านการใช้ การผลิต และการกักตุนทุ่นระเบิดทุกรูปแบบ กัมพูชาระบุว่าตนเป็นภาคีสนธิสัญญาออตตาวาและทำตามพันธกร ณีมาโดยตลอด พร้อมขอให้ทุกฝ่ายอ้างอิงข้อเท็จจริงจากการสอบสวน ไม่ใช้ข้อกล่าวหาไร้หลักฐาน โดยย้ำว่ากัมพูชายึดมั่นในสันติภาพ มนุษยธรรม และการร่วมมือชายแดนตามบันทึกความเข้าใจไทย-กัมพูชา ปี 2543
#ข่าวกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวtiktok #กระทรวงกลาโหม #ช่องบกอุบลราชธานี
ในประเด็นความขัดแย้งเรื่องทุ่นระเบิดระหว่างไทยกับกัมพูชา แม้ว่าจะมีข้อกล่าวหาว่ากัมพูชาอาจวางทุ่นระเบิดใหม่ตามแนวชายแดน แต่ข้อมูลจากสำนักงานปฏิบัติการและช่วยเหลือเหยื่อทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา ยืนยันชัดเจนว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่เป็นความจริง กัมพูชาได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดในอดีตอย่างเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะจากความขัดแย้งในอดีตที่ทำให้มีทุ่นระเบิดตกค้างจำนวนมากในพื้นที่หลายภูมิภาค ทำให้เกิดความพยายามอย่างต่อเนื่องในการขจัดและป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิดเหล่านี้ ทั้งยังให้ความสำคัญกับการต่อต้านการใช้ การผลิต และการกักตุนทุ่นระเบิดทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่สอดคล้องกับความมุ่งมั่นในพันธกรณีของกัมพูชาที่เป็นภาคีในสนธิสัญญาออตตาวา (Ottawa Treaty) สนธิสัญญาออตตาวาเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่มุ่งเน้นการยกเลิกการใช้และการผลิตทุ่นระเบิดทางทหาร เพื่อป้องกันผลกระทบและอันตรายต่อพลเรือน โดยกัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีในสัญญานี้มาโดยตลอด ซึ่งแสดงถึงความตั้งใจของกัมพูชาในการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค นอกจากนั้น กัมพูชายังได้ย้ำว่าให้ทุกฝ่ายควรอ้างอิงข้อมูลและข้อเท็จจริงจากการสอบสวนอย่างเป็นทางการ แทนที่จะใช้ข้อกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน ซึ่งจะช่วยลดความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศ บันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับกัมพูชาในปี 2543 เป็นพื้นฐานสำคัญที่สนับสนุนการรักษาความสัมพันธ์ที่ดี และยึดมั่นในหลักการสันติภาพ มนุษยธรรม และความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดน เพื่อประโยชน์ของประชาชนในทั้งสองฝั่งของพรมแดน ด้วยเหตุนี้ การส่งเสริมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและกัมพูชาจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ทั้งสองประเทศสามารถดำเนินมาตรการลดความเสี่ยงจากทุ่นระเบิดและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน สรุปได้ว่า ประเด็นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารอย่างโปร่งใส พร้อมกับการดำเนินงานตามพันธกรณีรวมถึงการให้ความสำคัญกับสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและลดความเข้าใจผิดระหว่างกันในอนาคต

























