กองทัพบกเร่งตรวจสอบเหตุทหารกัมพูชาเข้าพื้นที่ไทย แม่ทัพภาค 2 ย้ำสถานการณ์ปกติ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เผยกำลังตรวจสอบเหตุความวุ่นวายที่ปราสาทตาเมือนธม ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ หลังมีรายงานหญิงชาวกัมพูชาตะโกนใส่ทหารไทยว่าล้ำเขต จนเกิดปะทะคารม ทหารกัมพูชาจำนวนมากวิ่งเข้ามาฝั่งไทย ตรงบันไดทางขึ้นปราสาท ทำให้ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้า โต้เถียงเสียงดัง ล่าสุด พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันสถานการณ์สงบดี ไม่มีเหตุรุนแรง ขอประชาชนอย่าตื่นตกใจ
#ปราสาทตาเมือนธม #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารกัมพูชา #กระทรวงกลาโหม #ข่าวtiktok
เหตุการณ์ที่ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทประวัติศาสตร์สำคัญ ก่อให้เกิดความวิตกในหมู่ประชาชนและนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีรายงานว่าทหารกัมพูชาจำนวนหนึ่งได้เดินข้ามเส้นแบ่งเขตแดนเข้ามาในพื้นที่ไทยจนเกิดการเผชิญหน้าและโต้เถียงกันอย่างรุนแรงบริเวณบันไดทางขึ้นปราสาท โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 อย่างไรก็ตาม พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ชี้แจงและย้ำว่าสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีความรุนแรงหรือเหตุการณ์สะเทือนขวัญใดๆ ทั้งนี้ กองทัพบกได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบและใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างทหารทั้งสองฝ่ายที่ชายแดนไทย-กัมพูชาไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ยังคงได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างปราสาทตาเมือนธม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมและกองทัพบกได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ทหารทั้งสองฝ่ายเพื่อป้องกันเหตุการณ์ความขัดแย้งที่อาจบานปลาย นอกจากนี้ได้มีการเตรียมแผนความปลอดภัยและการสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและลดความตื่นตระหนกในสังคม สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปยังปราสาทตาเมือนธมในช่วงนี้ ขอให้สบายใจได้ว่าสถานการณ์ได้คลี่คลายแล้วและสามารถเข้าชมได้ตามปกติ แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลทางการและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยรวมเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการชายแดนและความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงความจำเป็นในการสร้างความเข้าใจและการสื่อสารที่ชัดเจนเพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจส่งผลกระทบต่อความสงบสุขและการท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว
