กรมอุตุฯ เตือน 9 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก ฝนหนักหลายพื้นที่ทั่วไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งวันนี้ 15 กรกฎาคม ประเทศไทยยังเจอฝนฟ้าคะนองหลายแห่ง โดยเฉพาะ 9 จังหวัดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือ เชียงราย, พะเยา, น่าน, หนองคาย, บึงกาฬ, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม และตราด เสี่ยงเกิด น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ทางน้ำและเชิงเขา ขณะเดียวกันบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังมีคลื่นลมแรง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง กทม. และปริมณฑล มีฝน 60% ของพื้นที่ ฝนตกหนักบางจุด อุณหภูมิสูงสุดแตะ 36 องศาเซลเซียส

#กรมอุตุนิยมวิทยา #สภาพอากาศ #พยากรณ์อากาศ #ข่าวtiktok #ข่าวเตือนภัย

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในช่วงฤดูฝนเช่นนี้ การเตรียมความพร้อมสำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ 9 จังหวัดที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือน ได้แก่ เชียงราย, พะเยา, น่าน, หนองคาย, บึงกาฬ, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม และตราด ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงที่อาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว ฝนที่ตกหนักโดยเฉพาะในเขตภูเขาและบริเวณเชิงเขาจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างฉับพลัน จึงควรเฝ้าระวังบริเวณใกล้ลำคลองและทางน้ำ รวมถึงพื้นที่ต่ำใกล้เชิงเขาอย่างใกล้ชิด นอกจากฝนตกหนักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันแล้ว บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังมีคลื่นลมแรง ส่งผลให้เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งเพื่อความปลอดภัย ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนตกในพื้นที่ประมาณ 60% ของพื้นที่ และบางช่วงอาจมีฝนตกหนัก อุณหภูมิสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 36 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสภาพอากาศที่สามารถทำให้เกิดอากาศร้อนชื้นและฝนฟ้าคะนองได้ง่าย ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศพยากรณ์อากาศและคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำงานใกล้ลำธาร ทางน้ำ หรือบริเวณที่มีความเสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก ควรเตรียมแผนเผชิญเหตุ เฝ้าระวังสัญญาณเตือนภัย และมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตพร้อม เช่น เสื้อชูชีพ พร้อมกันนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงฝนตกหนักหรือบริเวณที่น้ำท่วม เนื่องจากอาจเป็นอันตรายได้ ในระยะยาว การดูแลสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ในเขตภูเขา รวมถึงการจัดการผังเมืองเพื่อป้องกันน้ำท่วมเป็นสิ่งที่ควรกระทำต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่เหล่านี้ ส่วนผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องก็ควรประสานงานและเตรียมพร้อมระบบแจ้งเตือนภัยและอพยพเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด