กัมพูชาร้องยูเนสโก อ้างไทยสร้าง “วัดภูม่านฟ้า” เลียนแบบนครวัด ขอเร่งตรวจสอบ
นางเพรือง ซะโกะนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ของกัมพูชา แถลงกลางที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 47 ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส เรียกร้องยูเนสโกตรวจสอบโครงการ “อาณาจักรสีหนคร” ภายในวัดพระพุทธบาทศิลา หรือวัดภูม่านฟ้า จังหวัดบุรีรัมย์ของไทย โดยอ้างว่าเป็นการก่อสร้างเลียนแบบปราสาทนครวัด ซึ่งขึ้นทะเบียนเ ป็นมรดกโลกของกัมพูชาตั้งแต่ปี 2535 พร้อมระบุว่าไทยไม่เคยหารือกับกัมพูชาแม้ฝ่ายตนพยายามติดต่อหลายครั้งและมองว่าอาจเข้าข่ายละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศภายใต้อนุสัญญาปี 2515
#วัดภูม่านฟ้า #กระทรวงวัฒนธรรม #ข่าวTikTok #ดราม่านครวัด #ดราม่ากัมพูชา
หลังเกิดกรณีข้อพิพาทระหว่างกัมพูชาและไทยเกี่ยวกับการก่อสร้างวัดภูม่านฟ้า จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งกัมพูชาร้องเรียนต่อยูเนสโกว่าโครงการอาณาจักรสีหนครในพื้นที่ดังกล่าวเลียนแบบนครวัดอันเป็นมรดกโลกของกัมพูชา ตั้งแต่ปี 2535 ปัญหานี้สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนของการจัดการมรดกวัฒนธรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคอาเซียนที่มีประวัติศาสตร์ร่วมและวัฒนธรรมที่สืบทอดมานานหลายศตวรรษ ยูเนสโกในฐานะองค์กรสากลที่ดูแลเรื่องมรดกโลกถูกตั้งความคาดหวังสูงในการจัดการกับข้อพิพาทด้านวัฒนธรรม ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบว่าการก่อสร้างบนแผ่นดินไทยนั้นมีเจตนาเลียนแบบหรือคัดลอกอย่างไม่เหมาะสมหรือไม่ อีกทั้งต้องพิจารณาถึงอนุสัญญาว่าด้วยการปกป้องมรดกโลกปี 2515 ซึ่งไทยและกัมพูชาต่างเป็นภาคีในอนุสัญญานี้ ในมุมของประเทศไทย วัดภูม่านฟ้าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญในท้องถิ่น จังหวัดบุรีรัมย์เองมีโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์วัฒนธรรมที่เน้นการพัฒนารูปแบบของศิลปะท้องถิ่นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความจำเป็นในการเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดและความขัดแย้งในประเด็นวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ สำหรับผู้ที่สนใจในประเด็นนี้ ควรติดตามความเคลื่อนไหวของยูเนสโกและความร่วมมือระหว่างสองชาติอย่างใกล้ชิด รวมทั้งสำรวจรายละเอียดทางประวัติศาสตร์และศิลปะสถาปัตยกรรมของวัดภูม่านฟ้าและนครวัด เพื่อเข้าใจบริบทและประเด็นที่เกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้ง การแลกเปลี่ยนความรู้กันในเชิงวิชาการและวัฒนธรรมจะช่วยลดความตึงเครียดและเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือเชิงบวกในอนาคต






























